30 ม.ค. 2553

รัฐบาลพลัดถิ่น


โดย…นายสลับฉาก
27 ม.ค.2553
คำว่า “รัฐบาลพลัดถิ่น” ไม่ค่อยคุ้นหูกับชาวไทย   ประชาชนไทยเราคุ้นแต่คำว่า “รัฐบาลเงา” ทั้งๆที่รัฐบาลพลัดถิ่นของไทยเคยมีมาแล้วครั้งหนึ่ง    สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นบุกไทยแล้วรัฐบาลไทยขณะนั้นยอมร่วมกับญี่ปุ่น    แต่มรว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัคราชฑูตไทยประจำสหรัฐในขณะนั้น     ประกาศไม่ยอมรับมติรัฐบาลไทยในการเข้าร่วมกับญี่ปุ่น และจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นที่สหรัฐโดยมีนายปรีดี พนมยงค์เป็นหัวหน้าเสรีไทยและสหรัฐอเมริการับรอง     คำว่า “รัฐบาลพลัดถิ่น” นี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอีกครั้งโดยอดีตนายกทักษิณ    จึงต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อยกับคำๆนี้
” พญาไม้” หรือเผด็จ  ภูรีปติภาน ได้อธิบายคำนี้ในบางกอกทูเดย์ว่า   รัฐบาลพลัดถิ่น ก็คือ   การมี 2 รัฐบาลในประเทศเดียวกัน …
ประเทศในระบอบประชาธิปไตย จะมีรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน …แต่ในประเทศที่มีสงคราม จะมี 2 รัฐบาล ในแผ่นดินเดียวกัน
ถ้า มีการปฏิวัติเกิดขึ้น …อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปฏิวัติเมื่อ 19 กันยายน 2549 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่า …จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น
ปัญหา อยู่ที่ว่า โลกจะฟังเขาหรือไม่ …ทักษิณ …ชนะในการเลือกตั้ง เขามีเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้ง …รัฐบาล 3 รัฐบาลของเขา มีอันเป็นไปจากการยึดอำนาจของกองทัพ …และการกล่าวหาขององค์กรที่เกิดจากการปฏิวัติ…
รัฐบาลปัจจุบัน… ได้อำนาจมาจากการแยกคนในพรรคการเมืองของทักษิณ… โดยการจัดการของคนในกองทัพ
คงไม่มีประเทศใดๆ ในโลก ไม่รู้ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น …
คง ไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดๆ ปฏิเสธในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนในอีกแผ่นดินหนึ่ง ยิ่งในแผ่นดินที่ประชาชนได้ลุกขึ้นมาต่อสู้แล้ว
รัฐบาลพลัดถิ่นของ ทักษิณ ชินวัตร …ไม่ใช่เรื่องสิ้นไร้ไม้ตอก …ประชาชนคนไทยจำ นวนหนึ่ง ได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เผชิญหน้ากับรัฐบาลและกองทัพมาแล้วหลายครั้ง
ทันที ที่รัฐบาลพลัดถิ่นเกิดขึ้น …และมีรัฐบาลในโลกจำนวนหนึ่ง ให้การรับรอง… สงครามระหว่างรัฐบาลจะเกิดขึ้น เพื่อให้เหลือเพียงรัฐบาลเดียว
รัฐบาลประชาธิปัตย์ อาจจะมีกองทัพให้การสนับสนุน …แต่ในกองทัพก็ประกอบไปด้วยประชาชนเช่นกัน …
ทหารเก่าจำนวนหนึ่งได้เดินเข้าไปแล้ว ไปเป็นแนวร่วมกับทักษิณ …ทหารประจำการบางท่านถูกลงโทษ เพราะฝักใฝ่ทักษิณ
ไม่มีใครประเมินได้ว่า …กองทัพยังเป็นหนึ่งเดียวหรือไม่…
ในอิหร่านในอียิปต์ ในฟิลิปปินส์…ฯลฯ… กองทัพเคยแยกตัวออกมารวมตัวกับฝ่ายประชาชน และโค่นล้มรัฐบาล…มาแล้ว
ไม่มีใครทายได้ …มันจะเกิดขึ้นมาได้หรือไม่ …เมื่อการต่อสู้ประหัตประหารกันระหว่างรัฐบาลกับประชาชนเกิดขึ้น
ทหารกับทหารจากโรงเรียนนักรบ …ยืนอยู่แล้วกันคนละฟาก …
รัฐบาล กับรัฐบาลพลัดถิ่น …ที่ต่างก็มีทหารอยู่คนละฝ่าย… จะแพ้จะชนะกันอย่างไร… สงครามจะเกิดขึ้นมาหรือไม่… หลังแพ้หลังชนะประเทศจะเป็นอย่างไร…ฯลฯ
ถึงเวลาร้องไห้ให้กับแผ่นดินหรือยัง
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช คณะนิติศาสตร์ มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์    รัฐบาลพลัดถิ่น (Government in-exile) หมายถึง กรณีที่ผู้นำประเทศคนเดียวหรือกลุ่มบุคคลมากกว่า 2 ขึ้นไปได้ตั้งรัฐบาล ณ ดินแดนของรัฐอื่น เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่ในสายตาของกลุ่มนี้เห็นว่า ไม่มีความชอบธรรม
โดยรัฐบาลพลัดถิ่นนี้ได้อ้างว่ายังเป็นรัฐบาลที่มีความชอบธรรม แม้จะไม่มีอำนาจปกครองอย่างแท้จริงเหนือประเทศของตนก็ตาม โดยรัฐบาลพลัดถิ่นนี้ต้องได้รับการรับรองจากรัฐที่อนุญาตหรือยินยอมให้มีการ จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นได้ (Host state) รวมทั้งจากนานาประเทศด้วย แม้ว่ารัฐบาลพลัดถิ่นนั้นจะมิได้มีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและประชาชนอย่าง แท้จริงในประเทศของตนก็ตาม
อย่างไรก็ดี มีนักกฎหมายระหว่างประเทศบางท่านแยกรัฐบาลพลัดถิ่นออกเป็นสองประเภทคือ รัฐบาลพลัดถิ่นที่มีความชอบธรรม (legitimate government in exile) กับรัฐบาลพลัดถิ่นธรรมดาๆ (government in exile) โดยวัตถุประสงค์หลักของรัฐบาลพลัดถิ่นคือ การต่อสู้กับรัฐบาลที่ช่วงชิงอำนาจเพื่อหวนกลับคืนสู่อำนาจ จะเห็นได้ว่า แม้รัฐบาลพลัดถิ่นจะมิได้มีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและพลเมืองของตนก็ตาม แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคอย่างใดเลยในการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในต่างประเทศแต่ อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น การมีอำนาจเหนือดินแดนอย่างมีประสิทธิผล (effective control) (ของรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร) กลับมิได้นำมาซึ่งความชอบธรรมแต่ประการใด
ตัวอย่างของการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในอดีต 1) การรัฐประหารในไซปรัส   2) การรัฐประหารในเฮติ
หนังสือพิมพ์ เดอะ ทริบูน หนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของบาฮามาส    รายงานว่า นาย ฮิวเบิร์ท แอเล็กแซนเดอร์ อิงแกรห์ม นายกรัฐมนตรีบาฮามาส วัย 61 ปี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า นอกจากรัฐบาลบาฮามาสจะมอบสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ (Honourary citizenship) ให้กับพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ถูกทหารยึดอำนาจเมื่อปี 2006 แล้ว ทางรัฐบาลบาฮามาสเตรียมติดต่อให้พันตำรวจโท ทักษิณสามารถใช้ดินแดนของตนเป็นที่ตั้งรัฐบาลไทยพลัดถิ่น (Governments in exile)   พร้อมเตรียมช่วยขอการรับรองจากนานาประเทศ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในขณะนี้มีดินแดนต่างๆ ในทวีปอเมริกา อาทิ บาร์เบโดส, อันติกัว แอนด์ บาร์บูดา, โดมินิกา,เซนต์ คิทท์ส แอนด์ นีวิส, เซนต์ ลูเชีย, เกรนาดา, เซนต์ วินเซนต์ แอนด์ เกรนาดีนส์, เตรียมให้การรับรองสถานะของพันตำรวจโท ทักษิณ ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ชอบธรรมของไทย รวมทั้ง สถานะของรัฐบาลพลัดถิ่นแล้ว
(ข้อมูลจาก www.innnews.co.th )
จักรภพ เพ็ญแข กล่าววว่ารัฐบาลพลัดถิ่น หรือ government-in-exile เป็นวิถีทางต่อสู้อย่างหนึ่งของขบวนการการเมืองในแต่ละประเทศ เมื่อการต่อสู้ในประเทศตนไม่อาจเป็นไปได้แล้ว โลกหรือประชาคมระหว่างประเทศ โดยองค์การสหประชาชาติคือผู้ประกันสิทธิตามธรรมชาติในข้อนี้ของขบวนการการ เมืองใดๆ ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างบริสุทธิ์ใจจากมวลชนจำนวนมากในประเทศนั้นๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นกลไกการต่อสู้ที่โลกยอมรับ และถือเป็นการรณรงค์ทางการเมืองโดยสันติวิธีอย่างหนึ่ง

รัฐบาลพลัดถิ่นจึงไม่ใช่รัฐบาลเถื่อน มิหนำซ้ำ หากรัฐบาลนั้นๆ ตั้งขึ้นบนความยอมรับนับถือของประชาคมระหว่างประเทศและได้รับการสนับสนุน อย่างเพียงพอในประเทศของตนแล้ว ยังเกิดผลอีกอย่างหนึ่งคือทำให้รัฐบาลที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามในขณะนั้น หมดสิ้นความชอบธรรมลงไปทันที มหาประชาชนจะฉุดกระชากลากลงมาจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเสีย เมื่อไหร่ก็ได้

ครับ ถ้า ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นมาได้สำเร็จ รัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลสุรยุทธ์ รัฐบาลปีย์ รัฐบาลเปรม และรัฐบาลเขายายเที่ยงบวกกับตาเที่ยง หรือรัฐบาลเวรกรรมใดๆ ที่มาจากการปล้นอำนาจรัฐจากประชาชนด้วยกำลังกองทัพ ตุลาการวิบัติ หรือองค์กรอิสระ (แต่เป็นทาสอำมาตย์) จะกลายสภาพเป็นรัฐบาลเถื่อนในทันที

สงครามประชาชน


โดย…นายสลับฉาก
26 ม.ค. 2553
ไม่มียุคใด สมัยใด ที่ประเทศไทยจะตกต่ำในสายตาของชาวโลกได้เท่ารัฐบาลชุดนี้ ที่มีนายกเป็นร่างทรงอำมาตย์ทำงานไม่เป็น ได้แต่พูดเกาะโพเดี้ยมหรอกชาวบ้านไปวันๆหนึ่ง     ผลงานหนึ่งปีที่ผ่านมาคือกู้มาโกง และตามบี้ทักษิณ
กลุ่มอำมาตย์ ยังคงดื้อรั้นที่จะยึดกุมอำนาจเผด็จการซ่อนรูปแบบ ‘โต๊ะแชร์’ เพื่อแบ่งปันผลระโยชน์ต่างตอบแทนกันในคนจำนวนน้อยนิดเอาไว้ในกำมือต่อไป ภายใต้โครงสร้างรัฐซ้อนรัฐอันซับซ้อนในนาม ‘ประชาธิปไตยรู้รักสามัคคี’ ที่ลวงโลก
ดร.โสภณ พรโชคชัย กล่าวว่าประเทศไทยของเราเจริญช้า จนถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปมากมายแล้ว     ถ้าไทยเรามีคนดี หรือผู้มีคุณธรรมสุดเลิศเลอจริง เราจะมีบ่อนเถื่อน เจ้ามือหวยเถื่อน ยาบ้าเกลื่อนเมืองและเพิ่มขึ้นทุกวันเช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร เราจะปล่อยให้มีการโกงกินกันมโหฬารทั้งในส่วนท้องถิ่น ส่วนภูมิภาคและส่วนกลางได้อย่างไร เราจะปล่อยให้ประเทศไทยมีขอทานเขมร แรงงานพม่า และแท็กซี่เถื่อนทำมาหากินตบหน้าประเทศชาติอยู่ได้อย่างไร
เราควรทบทวนกันว่าระบบยศถาบรรดาศักดิ์ของไทยเป็นการให้ ลาภแก่ผู้มียศ มีตำแหน่งเป็นสำคัญหรือไม่ ทำให้เกิดความมัวเมาในลาภยศหรือไม่ ยิ่งกว่านั้นลูกหลานของพวกเขายังอาจเอายศถาบรรดาศักดิ์ของบุพการีไปใช้ ประโยชน์หรือไม่ การเคยเป็นนายพล ปลัด อธิบดี ฯลฯ เป็นเกียรติและเป็นประโยชน์ต่อวงศ์ตระกูลโดยที่ประเทศชาติอาจไม่ได้อะไรจาก คนเหล่านี้หรือไม่
ระบบการโกงกินในบ้านเมืองของเราในยุคคุณธรรมนำการเมือง นี่แหละที่สร้าง ความวิบัติต่อชาติของเราอย่างสุดแนบเนียน ถ้าไม่มีการโกงกิน ทำงานเป็นกาฝากดูดเลือดและน้ำเลี้ยงจากภาษีอากรของประชาชน ป่านนี้เรามีทางด่วน รถไฟฟ้า ทางหลวง และสาธารณูปโภคทั้งในเมืองและชนบทกันมหาศาลผิดหูผิดตาเช่นที่เกิดขึ้นในจีน มาเลเซียและสิงคโปร์แล้ว
เรื่องดังกล่าวนี้ประชาชนรับทราบกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ     อย่างราดเร็วแบบไม่เคยมีมาก่อน     ยิ่งทอดเวลาไปก็ยิ่งเพิ่มจำนวนทวีคูณจนอำมาตย์สะเทือนคิดจะปฏิวัติ รัฐประหารอีก
รุ่งศิลา ได้ให้ความเห็นว่าการรัฐประหารรอบใหม่นี้จะเจอกับสิ่งต่อไปนี้คือ ๑. รัฐบาลพลัดถิ่น   ๒.กองกำลังจรยุทธทั่วประเทศ    ๓.พลังต่อต้านขัดขืนราชการ    ๔.เกิดกระแสแบ่งแยกแผ่นดิน    ๕.เกิดสงครามสื่ออิเลคทรอนิคทุกรูปแบบ    ๖.เกิดความกดดันทางสังคมกับกลุ่มและครอบครัวผู้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร       และหากมีการปราบปรามประชาชนก็จะเจอกับสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ อาวุธจะทะลักเข้ามาจากชายแดนทุกทิศทาง
นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส. ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำคนเสื้อแดง กล่าววันที่ 14 มกราคมถึงการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในพื้นที่ กทม.ว่า ล่าสุด ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่าอย่าได้เอาเรื่องคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท มาเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาต่างๆ และให้การตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นไป อย่างอิสระ ซึ่งแกนนำคนเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีใครมากล่าวหาว่าขาดความชอบธรรมในการชุมนุมใหญ่  คาดว่าจะอยู่ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเป็นหลังตรุษจีนไปแล้ว
” ครั้งนี้คนเสื้อแดงจะต่อสู้ให้ได้รับชัยชนะ ซึ่งจะเป็นครั้งที่เดิมพันทั้งชีวิต หากพ่ายแพ้ก็มีอยู่เพียง 2 หนทางคือ ถูกหามออกสนามรบกับการถูกจับไปขังคุกเท่านั้น จะไม่มีการชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 2 อีก”นายจตุพรกล่าว
นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ตนและ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็นคนช่วยกันดูเรื่องกำลังพลที่จะมาสนับสนุนคนเสื้อแดง โดยแบ่งเป็น 1.ประชาชนทั่วไปประมาณ 1 ล้านคน 2.กองกำลังหลายฝ่าย ทำหน้าที่เป็นกองหนุน จะเคลื่อนพลออกมาทันทีภายใน 1 ชั่วโมง หากมีการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ประกอบด้วยทหารพราน ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 3 หมื่นคน ขณะที่จะมีกลุ่มอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจากภาคอีสาน ทั้ง จ.นครพนม สกลนคร และ จ.สระแก้ว ไปจนถึงภาคใต้ก็มาร่วมผนึกกำลังกัน โดยล่าสุดได้มีการส่งรายชื่อมาตรวจสอบแล้วประมาณ 7-8 หมื่นคน
พล. อ.พัลลภ ปิ่นณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ฝ่ายการเมือง (กอ.รมน) กล่าวถึงกระแสข่าวปฎิวัติ ว่า ที่ผ่านมาทุกคนมองว่าไม่น่าเกิดปฎิวัติทีไร ก็จะมีการปฎิวัติเกิดขึ้นทุกทีไป แต่ส่วนตัวนมองว่าหากมีการปฎิวัติเกิดขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นเช่น นี้ ผลที่จะตามมาคือ จะทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น และทำให้ประเทศชาติพังทุกด้าน ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
คนเสื้อแดงจะไม่โดดเดี่ยวเหมือนช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมาเพราะตน และอดีตจปร.กว่า 100 คนจะรวมเป็นร่วมตายขับไล่โจรที่ปล้นประชาธิปไตย และคนที่ทรยศต่อประชาชน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงอยู่อย่างสันติสุข เราจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ประชาชนต้องการประชาธิปไตย เราจึงจำเป็นต้องสู้ และเสียสละ  กับทหารเราไม่ต้องไปกลัว เพราะผมคุมทหารตลอดชีวิต
และว่า ขณะนี้ทราบว่ามีตำรวจอยู่ฝ่ายเราถึง 80% ส่วนทหารอยู่กับโจรปล้นประชาธิปไตยนั้นน้อยมาก ฉะนั้น ไม่นานนับจากนี้ประเทศเราจะมีความมั่นคง ประชาชนอยู่อย่างสันติสุขภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งไม่นานเกินรอ ไม่เกินเดือนเมษายน หากประชาชนพร้อมใจกันต่อสู้ พร้อมใจกันไปถนนราชดำเนิน
และ มองว่า “ผู้ที่คิดจะทำการปฎิวัติรัฐประหารในยุคนี้ ไม่ควรทำ และพูดง่ายๆ คือหากมีการทำปฎิวัติเกิดขึ้นอีก คราวนี้ ก็จะไม่ง่ายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอย่าง19 ก.ย.49″ พล.อ.พัลลภ กล่าว
เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 23 ม.ค.53 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดีโอลิงค์มายังที่ชุมนุมคนเสื้อแดงบริเวณหน้าสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยกล่าวขอบคุณกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมในวันนี้ พร้อมยืนยันจะต่อสู้จนถึงที่สุด หากเกิดการปฏิวัติขึ้นมาอีก ก็พร้อมจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้ เพื่อให้ได้ซึ่งประชาธิปไตยกลับคืนมา
รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ กล่าว่า   ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า พร้อมแล้วที่จะแตกหักกับฝ่ายประชาธิปไตย เพราะพวกเขาหมดเวลารอคอย และหมดทางเลือกที่จะเดิน การปราบปรามผู้รักประชาธิปไตยที่กำลังจะมาถึง จะนำไปสู่ “การปฏิวัติของประชาชน” ที่มวลชนผู้รักสันติไม่ได้ต้องการ แต่ฝ่ายเผด็จการนั่นแหละที่จะเป็นผู้ก่อขึ้น
หนึ่งปีของรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เต็มไปด้วยความล้มเหลวและทุจริตคอรัปชั่น ตลอดจนความอยุติธรรมเลือกข้างของกระบวนการยุติธรรมที่กระทำกันอย่างโจ่งแจ้ง ไร้ยางอาย ทำให้ประชาชนที่มีธรรมชาติที่รักความยุติธรรมไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ และกระตุ้นให้การเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมแผ่ขยายออกไปทั่ว ประเทศในหมู่ชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบท
กฎหมาย สำหรับพวกเขามิได้มีไว้เพื่อทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ในขณะที่กองทัพก็มิใช่กองทัพของชาติและประชาชน หากแต่เป็นเพียง “กองกำลังอาวุธส่วนตัว” ของกลุ่มเผด็จการอำมาตยาธิปไตย
ทั้งหมดนี้ได้ยกระดับความตื่นตัวรับรู้และสร้างความโกรธแค้นในมู่ประชาชน อย่างกว้างขวาง ขบวนการประชาธิปไตยยิ่งขยายตัว ประชาชนได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า ประชาธิปไตยและความเป็นธรรมไม่อาจได้มาด้วยการวิงวอนร้องขอ แต่ต้องได้มาด้วยการต่อสู้ของประชาชนเอง
บัดนี้ ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยได้มาถึงทางตันแล้ว พวกเขาได้ใช้เครื่องมือในการปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยมาจนเกือบหมดสิ้น
ทั้งอันธพาลการเมืองเสื้อเหลือง กลไกตำรวจ ราชการ นักการเมืองทรยศขายตัว ในขณะที่การใช้กลไกกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาก็มีข้อจำกัดคือ มีลักษณะจำกัดขอบเขต เชื่องช้า และไม่แม่นยำ
ในขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ที่เป็นหุ่นเชิดก็อ่อนแอ ไร้ความสามารถ และขาดเอกภาพที่จะต่อกรกับอดีตผู้นำไทยรักไทยและขบวนประชาธิปไตยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
การปฏิวัติของประชาชนที่จะเกิดขึ้น จะดำเนินไป “จนถึงที่สุด” เพียงใดนั้นมิใช่ฝ่ายประชาชนเป็นผู้กำหนด หากแต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของฝ่ายเผด็จการเอง หากพวกเขาไม่ยินยอมที่จะถอยออกไปแต่โดยดีและยังใช้กำลังรุนแรงต่อประชาชน การต่อสู้ของประชาชนก็จะดำเนินไปจนถึงที่สุดโดยตัวมันเอง โดยไม่มีแกนนำคนใด หรือแม้แต่อดีตผู้นำไทยรักไทยจะคาดหมายและควบคุมได้

องค์การสิทธิมนุษยชนสากลฉะมาร์ค เป็นครั้งที่สอง


 

โดย…นายสลับฉาก
22 ม.ค.2553
องค์การสิทธิมนุษยชนประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2552 ในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ระบุรัฐบาลของอภิสิทธิ์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนัก แทบไม่ได้ทำตามคำสัญญาเคยกล่าวไว้ว่า จะให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน และหลักกฏหมายระหว่างประเทศเลย
นาย แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการแผนกเอเชียขององค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวเมื่อวันที่ 21 มกราคมตามเวลาท้องถิ่นในนนครนิวยอร์ค สหรับอเมริกาโดยสรุปว่า ” ถึง แม้บางครั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกล่าวถึงสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แต่การกระทำของนายอภิสิทธิ์กลับกลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม รัฐบาลชุดนี้ได้บั่นทอนการเคารพสิทธิมนุษยชน และนิติธรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”
รัฐบาลอภิสิทธิ์มี “สองมาตรฐาน” ในการบังคับใช้กฏหมายทำให้ความตึงเครียด และการแบ่งขั้วทางการเมืองทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยขณะที่แกนนำ และสมาชิกของกลุ่ม นปช. ถูกจับกุม, คุมขัง และดำเนินคดีภายหลังจากที่มีการสลายการชุมนุมประท้วงนั้น รัฐบาลกลับเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องในสังคมที่ต้องการให้มีการสอบสวนอย่าง เป็นกลางเกี่ยวกับความรุนแรงทางการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเกิดจากการกระทำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2551 ที่รวมถึงการยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบินสุวรรณภูมิ
แบรด อดัมส์ กล่าวว่า “ประชาธิปไตยในประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการบังคับใช้กฏหมาย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และกฏหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ บรรยากาศแห่งความหวาดกลัวได้ปกคลุมสังคมอินเตอร์เน็ต เนื่องจากการที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์เพิ่มระดับการจำกัดเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น”
สุวิชา ท่าค้อ ถูกจับกุม และดำเนินคดี เนื่องจากเผยแพร่ความเห็นที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้เขาถูกพิพากษาให้จำคุก 10 ปี    ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด) ให้ถูกจำคุก 18 ปี เนื่องจากปราศัยดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ในระหว่างการชุมนุมประท้วงของ นปช. โดยมีรายงานว่า เธอถูกแยกขังเดี่ยวอยู่ที่เรือนจำลาดยาวระยะหนึ่ง และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้ออกไปรับการรักษาอาการขากรรไกรอักเสบที่โรง พยาบาลนอกเรือนจำตามคำแนะนำของแพทย์
องค์การฮิ วแมนไรท์วอทช์ระบุว่า ในปี 2552 รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ได้ละเมิดพันธะของประเทศไทยเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ ลี้ภัย และผู้แสวงหาความคุ้มครองตามกฏหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง
อีกกรณีหนึ่งที่รัฐบาลดำเนินนโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาความคุ้มครองในปี 2552 นั้น เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม โดยนายอภิสิทธิ์ในฐานะประธานที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสกัดกั้นเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาจาก ประเทศพม่า และประเทศบังคลาเทศที่พยายามเดินทางเข้ามาในน่านน้ำของประเทศไทย โดยกองทัพเรือสามารถจับกุมเรือที่บรรทุกชาวโรฮิงญาได้เป็นจำนวนมาก และได้ลากจูงเรือเหล่านั้นออกไปยังน่านน้ำสากล โดยไม่ได้จัดหาอาหาร และน้ำดื่มไปให้อย่างเพียงพอ ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย ปี 2594 หรือพิธีสารปี 2510 แต่ประเทศไทยก็มีพันธะภายใต้กฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ห้ามไม่ให้ ส่งตัวบุคคลไปยังที่ใดๆ ซึ่งจะทำให้ชีวิต หรือเสรีภาพของบุคคลดังกล่าวเสี่ยงต่ออันตราย
มาร์ค ออกมาปฏิเสธว่าฮิวแมนไรท์วอทซ์ได้ข้อมูลเท็จ      องค์กรนี้เป็นองค์กรมาตรฐานสากลมีเครือข่ายกระจายไปทั่วโลก      เขาคงไม่ให้ข่าวโดยไม่กรองข่าวหรอกครับ      การออกมาปฏิเสธของนายมาร์คโดยไม่ยอมให้รายละเอียดนั่นซิน่าผิิดสังเกตเพราะ มันง่ายเกินไปและจะทำให้เขาเข้าใจได้อย่างไร     คลิปเสียงของมาร์คก็ยังไม่เครียเลยนะ! จะบอกให้.

21 ม.ค. 2553

52บุคคล อัปยศอัปรีย์ แห่งปี52



โดย…นายสลับฉาก


5 ม.ค.2553


ปีพ.ศ. 2552 กำลังก้าวผ่านไป ย่างเข้าปีใหม่ 2553 คนไทยยังเผชิญทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง  ต่อไปนี้คือ"52 บุคคลอัปยศอัปรีย์แห่งปี 52" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างหนัก ฝักใฝ่เผด็จการ รับใช้อำมาตย์ ทำลายประชาธิปไตย ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในใจ    เพื่อรอวันตัดสินคดีในวันที่ท้องฟ้าสดใสเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   ถึงอย่างไรตอนนี้กรรมชั่วกำลังเริมสนองคนพวกนี้อยู่   เป็นไปตามกฎแห่งกรรม "ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว" นั้นเป็นเรื่องจริง

โดยจะขอไล่เรียง 52 บุคคล  อัปยศอัปรีย์ แห่งปี 52 ซึ่งอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย เรียงลำดับตามอักษรดังต่อไปนี้


1.กษิต ภิรมย์   
ก่อกรรม-ร่วมมือกับโจรก่อการร้ายพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาล จากระบอบประชาธิปไตย แล้วขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจากแรงหนุนของ”เส้นใหญ่”        ก่อเรื่องกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ออกแผนกำจัดทักษิณ ชินวัตร ที่ประชาชนเลือกเป็นนายกฯ
ผลกรรม-เจออัปยศตลอดปี นับแต่ต้องเผ่นลงเรือหนีในสภาพน่าสังเวชตอนอาเซียนซัมมิต ตอนกลางปี     โดนตั้งข้อหาเป็น1ในผู้ก่อการร้ายยึสนามบิน  มาปลายปีสื่อทำเนียบตั้งฉายาให้เป็นไส้ติ่งรัฐบาล  ถูกรัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นตัวการล้วงความลับ      จนนำไปสู่การ”จับแพะ”นาย ศิวรักษ์ ชุติพงษ์ แต่นายกษิตหลบหน้าสังคมเกาะเก้าอี้แน่น    ทำให้เกียรติภูมิของชาติตกต่ำ


2.แก้วสรร อติโพธิ
ก่อกรรม-อิงอำนาจคณะรัฐประหาร    ที่ตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย    โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดน สนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด   สั่งสาวกพันธมิตรฯไม่ให้เลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.    ขณะที่ชาวกรุงเทพฯไม่ไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แวดวงวิชาการตั้งข้อรังเกียจว่ารับใช้คณะรัฐประหาร    เป็นแค่เนติบริกรเผด็จการ

3.กนก รัตน์วงศ์สกุล
ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าว เครือNATION ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร โฆษกกระบอกเสียงเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาด ความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ    ล่าสุดทำตัวน่าเกลียดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่น(NBC)ว่าใครจองหุ้นตัวนี้จะ รวยเละ แต่ปรากฎว่าคนที่จองซื้อไว้ซวยเละเพราะหลุดจอง    จึงโดนกลต.เล่นงานอยู่ระหว่างตรวจสอบ    ในฐานความผิดปั่นหุ้นและโฆษณาอันเป็นเท็จ    มีโทษจำคุกถึง3ปี

4.คำนูณ สิทธิสมาน
ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้ม   ทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ    และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ      เป็นหัวหอกกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า      ดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือการเมือง
ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

5.จรัญ ภักดีธนากุล
ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร    ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม    ลำเอียงโดยอคติ   เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองของอำมาตย์
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน คือไปรับจ้างเอกชน   แต่สีข้างเข้าถูกไม่ต้องรับผิด    ต้องเสื่อมเกียรติยศ    ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว


6.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง   รับใช้เผด็จการ  ประสานงานพันธมิตร  ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา

7.จำลอง ศรีเมือง
ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจร ยึดทำเทียบ   ไฮแจ็คสนามบิน    ทำลายความสามัคคีในชาติ     ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท     สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ผลกรรม- หมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา    แม้แต่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนซี้ก็ตีจาก     ถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน    ถูกการบินไทยฟ้องเรียกค่าเสียหาย500ล้านบาท

8.จารุวรรณ เมณฑะกา
ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.     ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบ  ทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ      สร้างคฤหาสถ์ใหญ่โตแต่อ้างว่าค่าสร้างแค่4ล้าน

9.ชัยอนันต์ สมุทวนิช
ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตร หลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าจะตั้งสาธารณรัฐประเทศไทยอย่างไร้มูล
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก


10.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย    พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน แต่จุดไม่ติด
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว    ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี    เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35    ถูกจับข้อหากบฎยึดทำเนียบ ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

11.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย
ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา  เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชาย   ตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตย ไส่ไฟว่าฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

12.แซมดิน เลิศบุศย์
ก่อกรรม-เป็นหัวการ์ดพันธมิตร สายสันติอโศก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดหอบังคับการบิน
ผลกรรม-ถูกดำเนินคดี1ใน36ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

13.ณรงค์ โชควัฒนา
ก่อกรรม-เครือหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอก หน้า     เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด     เพื่อปกป้องธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคผูกขาดของตน
ผลกรรม-ถูกประชาชนไทยAntiหันไปซื้อสินค้าของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น    สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในปีเสือนี้

14.ดุสิต นนทนาคร
ก่อกรรม-อาศัยเส้นใหญ่ศักดินาขึ้นเป็นประธานหอการ ค้า       แบบข้ามหัวแคนดิเดตอย่างน่าเกลียด เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์    ต่อต้านประชาธิปไตย   หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวหาว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำลายชาติ
ผลกรรม-ถูกวงการหอการค้าและวงการพ่อค้านินทาว่า         มีที่มาอย่างขาดความชอบธรรม   ไม่ได้เคลื่อนไหวปกป้องวงการค้า  แต่เอาหัวโขนไปรับใช้อำมาตย์

15.เทพชัย หย่อง
ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBS     แล้วกลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง    โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง พร้อมกับน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย              ใช้TPBSเป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์โฆษณาชวนเชื่อ   ดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย      หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย
ผลกรรม- ถูกสาปแช่งก่นด่าจากฝ่ายประชาธิปไตย และถูกตราหน้าว่าเป็นสื่อรับใช้เผด็จการ

16ธีรยุทธ บุญมี
ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติด ประดิดประดอยถ้อยคำ ด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้วยกยอสอพลอ พวกเผด็จการจากรัฐประหาร   ยิ่งพอเป็นรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์หุ่นเชิดอย่างในปัจจุบันก็ทำตัวเงียบหาย ไม่ออกมาวิจารณ์เลย
ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร    สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

17.ธีระ ธัญไพบูลย์
ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9    แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ     ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้า        ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม    อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง   ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

18.เนวิน ชิดชอบ
ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าว หลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า”เตียบเตี้ยบ” หนีจากทักษิณก็ว่า”มันจบแล้วครับนาย”     ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้า หมดต้องหนีตายแบบโทงเทง    จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินกอ่เหตุมือที่3ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง    เคลื่อนไหวเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย   โดยไม่ถูกยุบพรรคหรือสั่งห้าม
ผลกรรม-ขณะนี้ถูกแยกออกจากฝ่ายประชาธิปไตย     ถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศเนรคุณ     และเป็นสื่อที่จะส่งผลกรรมไปยัง”นายใหม่”ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

19.นพดล กรรณิการ์
ก่อกรรม- ใช้เอแบคโพลล์เป็นเครื่องมือ    หนุนรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดอำมาตย์    แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ     ฝืนมติมหาชนที่แท้จริง      ขนาดคู่แข่งอย่างกรุงเทพโพลล์       ให้รัฐบาลหุ่นเชิดสอบตกได้คะแนน3.87เต็ม10     แต่เอแบคโพลล์ดั้นเมฆว่าคนไทยหนุนอภิสิทธิ์เพิ่มเป็น70%
ผลกรรม-ถูกแฉว่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับงานจากนายอภิสิทธิ์เป็นประจำ ทำให้ผลโพลล์หมดความน่าเชื้อถือ

20.เปรม ติณสูลานนท์
ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่นายพลอาวุโสเปรม   ชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน  ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว   แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว   เป็นคนพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ     ซึ่งความหมายจริงๆก็คือคนไทยโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย
ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี  คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง   ปัจจุบันตกต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด    เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ลูกน้องเก่าอย่างบิ๊กจิ๋วหรือขุนทหารก็พากันตีจากมาต่อต้าน   มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์

21.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา
ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการ อำมาตย์      ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี    กล่าวหาว่าร่วมวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอย สุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว
ผลกรรม--ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย    ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย

22.ประสงค์ สุ่นศิริ
ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม        ปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ  แล้วตั้งทักษิณเป็นแทน จึงตามจองล้างจองเวร ทักษิณไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด  ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด    ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผน ของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย

23.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร  เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้      เนื่องจากเสียผลประโยชน์     กล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม พอโค่นรัฐบาลได้ก็ตั้งพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย แต่ล้มเหลว ตอนนี้เป็นนายทุนให้วิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึง
ผลกรรม-ตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด   ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

24.ปราโมทย์ นาครทรรพ
ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์           มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย        มาปีนี้ผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

25.เปลว สีเงิน
ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบ ปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร   และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ    หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย      ล่าสุดปลด”ใบตองแห้ง”คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบ ด้าน          เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว
ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง    ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า แต่ได้รัฐบาลระบอบอำมาตย์ขุนเอาไว้แลกกับการเป็นกองเชียร์ระบอบหุ่นเชิด     ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ”ใบตองแห้ง”       อย่างไร้ความยุติธรรม

26.ประเวศ วะสี
ก่อกรรม-สถาปนาตัวเป็นราษฎรอาวุโส   กล่าวร้ายว่าทักษิณควรยุติบทบาททางการเมือง ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว
ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์   ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย   ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน   ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ

27.พิภพ ธงชัย
ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคม อุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30     หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน       หลังยึดสนามบิน นำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้ง    แล้วพิภพได้โบนัสจากลิ้มให้ไปทัวร์อียิปต์10วันเป็นรางวัลตอบแทน
ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมาก ประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป   พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลัง คลั่งศักดินาจารีตด้วย

28.โพธิรักษ์
ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรง     ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาว พุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง    ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม  ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์   ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชน ผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์ แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

29.ไพศาล พืชมงคล

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต  ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง”เสียงครวญของมวลกรรมกร”มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเดียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

30.ภูวดล ทรงประเสริฐ
ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย   ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์   คนกินเงินเดือนของสนธิลิ้ม ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร      ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย   ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู   สั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวยาวอยู่ที่โรงพยาบาล พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

31.มาลีรัตน์ แก้วก่า
ก่อกรรม-จากอดีต นักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ”อ๋า”ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา    ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อ มาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจาก ประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)    แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน   กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย      และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้า สภา

32.รสนา โตสิตระกูล
ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสาย ที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์  ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน  ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา     แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด    ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวก  ด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย    ในสภาพ”ซุกสามี”สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง

33.วัชระ เพชรทอง
ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์   แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย   ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม
ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชม นักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินา ใหญ่เข้าให้บ้าง   แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

34.วีระ สมความคิด
ก่อกรรม- เป็นมือตีนให้สนธิลิ้ม เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติ จะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวภูมิสรอลที่รักถิ่นฐาน และรักสันติภาพ
ผลกรรม-ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้า สามารถ        แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน    ทำให้เกียรติภูมของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก

35.ศิริชัย ไม้งาม
ก่อกรรม-ไม้เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อ เดียวกับพันธมิตร   ทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชน เพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจ  ที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น   ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่า   รั    ฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนศิริชัยกลายเป็นผู้ก่อการร้ายถูกดำเนินคดียึดสนามบิน

36.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง
ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตร และเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสอง  ช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ  แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดารา พันธมิตรอีกราย  จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด
ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจาก     ผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ          เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่น อยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน พอมาจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้ที่ม.รังสิต คนก็โหรงเหรงสุดเสื่อม

37.สนธิ ลิ้มทองกุล
ก่อกรรม-สนธิลิ้ม เริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์   ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทาน โทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแข           เพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา
ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แล้ว    บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบ     เพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้น   แล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด  และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน  หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร มีข่าวว่าเขาอาจปลีกวิเวกยาวในต่างประเทศ เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ไปทับรอยปชป.ส่อว่าอาจจะเป็นพรรคต่ำสอง

38.สมศักดิ์ โกศัยสุข
ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก   ต่อมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก่อนที่สนธิลิ้มหัวหน้าตัวจริงจะมาริบไป
ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน  นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์        ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน

39.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์   แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย
ผลกรรม-โดน ดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่     วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

40.สุริยะใส กตะศิลา
ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ  ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง”หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวที พันธมิตร” และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน
ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง       โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง   โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ”ไผ่ ครป.”โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

41.สำราญ รอดเพชร
ก่อกรรม-สำราญ เคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ   ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต”พี่น้องเอ๊ยยยยยย..”
ผลกรรม-สอบ ตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของ ประเทศ   สนธิลิ้มจะให้รางวัลปลอบใจไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ถูกรุมต่อต้านจนกินแห้ว

42.สุทธิชัย หยุ่น
ก่อกรรม-หยุ่น ชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ   แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ 2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง     แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพ เดี้ยมตลอดปี
ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชม เพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้      ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้ จัดการของลิ้ม เมื่อนำหุ้นทีวีเนชั่น(NBC)ขายเข้าตลาดหุ้น ก็ไม่มีใครจองซื้อ ต้องแบกรับไว้เอง หากรัฐบาลหุ่นเชิดไม่อยู่ หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

43.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)
ก่อกรรม-”เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน” ก่อร่างสร้างตัวมาจากการได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯ   ทำสื่อทางวิทยุ SMS  และล่าสุดรุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวทีนิวส์กล่าวหาฝ่าย ประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda(ทำดำให้เป็นขาว ทำขาวให้เป็นดำ)

44.สุเทพ เทือกสุบรรณ
ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล สำเร็จในรอบ9ปี    โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี   แอบซุ่มมุบมิบทำโครงการหมื่นล้านสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ      โดยไม่โดนสื่อตรวจสอบ ขณะที่มีข้อครหากระหึ่ม
ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้ อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวไทยขับไล่ในทุกที่ที่ไปโผล่หน้า ล่าสุดใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆคดียุบพรรค

45.สุรพล นิติไกรพจน์
ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่  มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร เสนอให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมายุบสภา   แต่ทีกับรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดกลับเงียบเฉย
ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง   ถูกแฉว่ามาจากการแต่งตั้งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เครือข่ายอำมาตย์ ทำให้ต้องรับใช้อำมาตย์ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด    จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

46.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา
ผลกรรม-โดนกลุ่ม นักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก    และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร   แต่ก็ยังคงรับใช้อำมาตย์อย่างเหนียวแน่น

47.หงา คาราวาน
ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจน ยากไร้     ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล   มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน   นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา
ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้ง วิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก    เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

48.อัญชลี ไพรีรักษ์
ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7       ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น    หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร   เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร    ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน
ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกร ปากมอมประจำเวทีพันธมิตร   แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวที พันธมิตรให้อีก  ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

49.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ 19กันยายน49       มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี  ออกมาสำทับให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งยุบสภา-ลาออก      ผ่านทางโทรทัศน์ถึง 2ครั้ง     สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก    “บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้”  ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ  ไม่ยอมทำหน้าที่สลายการชุมนุมของพันธมิตรทั้งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสั่ง การถึง2ครั้ง      แต่พอรัฐบาลหุ่นเชิดสั่งก็นำทหารออกมาปราบปรามประชาชนตอนเมษาเลือด
ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบ ในประเทศ     ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่ สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน   แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบในช่วงสงกรานต์ กลับเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้

50.อานันท์ ปันยารชุน
ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ที่ต่อต้านประชาธิปไตย

51.อภิชาต สุขัคคานนท์
ก่อกรรม-เป็นเครื่องมืออำมาตย์เผด็จการยุบพรรคเพื่อไทยและ อีก2พรรค    ทั้งที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ต่อมาคนที่รับจ้างเป็นพยานเท็จออกมาแฉว่าถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณจ้างวานแล้วเบี้ยว แต่พอกรณีพรรคประชาธิปัตย์258ล้านชัดเจน แต่นายอภิชาตกลับมีความเห็นว่าให้ยกคำร้องไม่ต้องยุบ
ผลกรรม-ประชาชนทั้งประเทศจับตามองนายอภิชาตอยู่ว่าจะก่อ 2มาตรฐาน ตอกย้ำวลีที่ว่า”ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด”ต่อไปอีกหรือไม่…  ขณะนี้ถึงขั้นล้มป่วยถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะความเครียด

52.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืม ตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร    ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง   เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน
ผลกรรม-อภิสิทธิ์ ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด    นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของ อำมาตย์ พันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย        ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง และเมื่อเป็นนายกฯระบอบหุ่นเชิดแล้วก็ไร้ผลงาน  ผลโพลล์ให้สอบตก เพราะเกาะโพเดี้ยมเป็นอาชีพหลัก สื่อทำเนียบตั้งฉายาว่า “หล่อหลักลอย”
โปรดดูรายละเอียดได้ที่   http://thaienews.blogspot.com