โดย...เกียกกาย 43..
11 มี.ค. 53
ปัจจุบันนี้สังคมกำลังเป็นห่วงว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงในไม่กี่วันข้างหน้า
จะเกิดความรุนแรง ทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องพยายามลดดีกรีความร้อนแรงให้ลดลง แต่
รัฐบาลกลับทำในทางตรงกันข้าม กล่าวคือกลับ
ออกข่าว กระพือข่าว สร้างกระแส ว่าคนเสื้อแดงจะทำในสิ่งเลวร้ายให้เกิดความน่ากลัวจนเกินจริง ทั้งๆที่
คนเสื้อแดงบอกไม่รู้กี่หนว่าจะชุมนุมอย่าง สันติวิธีปราศจากอาวุธ และการชุมนุมที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำผิดคำพูด
ต่อมารัฐบาลออก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อจะใช้เป็นเครื่องมือแรกจัดการกับคนเสื้อแดง โดย
อาศัยอำนาจในพ.ร.บ.นี้ดึงทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง สร้างความกดดันให้อุณภูมิมันร้อนแรงขึ้น ทั้งๆที่ยังไม่มีเหตุอะไรอันถือว่ามีเหตุจำเป็น
รัฐบาลยังตอบสังคมไม่ได้ถึงเหตุรุนแรงเมื่อเดือนเมษา ที่ผ่านมา ถึงการสร้างสถานการณ์เผารถเมย์ การนำรถแก๊สออกมาขู่ การยิงมัสยิด และอื่นๆ แล้วอ้างคนเสื้อแดงทำ น่าสังเกตว่าปัจจุบันยังจับคนเผารถเมย์ไม่ได้ จับคนขับรถแก๊สไม่ได้ ทั้งๆที่มีภาพชัดเจน
ทำให้สังคมห่วงว่าการชุมนุมใหญ่คราวนี้ รัฐบาลจะสร้างสถานการณ์เพื่อหาเหตุปราบปรามคนเสื้อแดง
สังเกตจากรัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญกับการป้องกันมือที่สาม ไม่เคยได้ยินว่าหน่วยงานไหนจะประชุมกัน เพื่อป้องกันมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ทำให้สังคมเชื่อว่ารัฐบาลเป็นผู้สร้างสถานการณ์เสียเอง แล้วอ้างเหตุออก พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯตามมาเป็นเครื่องมือที่สอง ในการปราบปรามประชาชน โดยอาศัยอำนาจในพ.ร.บ.นี้อ้างว่าการชุมนุมผิดกฎหมาย
ถ้ารัฐบาลทำลายความชอบธรรมของประชาชน ในการชุมนุมกันตามวิถีแห่งประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยใช้กำลังและวิธีสกปรกนั้นไม่ว่าผลการชุมนุมจะออกมาเช่นไร
รัฐบาลยิ่งจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและชาวโลกมากยิ่งขึ้น การไม่ยอมรับ
อาจจะกว้างขวางจนรัฐบาลรับมือไม่ได้ก็ได้ ถึงจุดนั้นมันก็สายเกินไปที่จะพูดว่า "ไม่น่าทำเลย"
เราจึง คัดค้าน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และ พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ ที่รัฐบาลใช้หรือจะใช้ในอนาคตกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง และหากรัฐบาลยังไม่ยอมยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯที่ประกาศใช้แล้ว และยังจะออก พ.ร.บ.ฉุกเฉินฯ อีกในอนาคต
หากเกิดความรุนแรงขึ้นจนนองเลือด รัฐบาล ทหาร ข้าราชการ สื่อมวลชั่ว และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องรับผิดชอบ