23 มี.ค. 2553

นสพ.ใหญ่ต่างประเทศด่าสื่อไทย


โดย...สลับฉาก

23 มี.ค.53

นสพ.ใหญ่ต่างชาติชื่อ The Christian Science Monitor    ซึ่งเป็น นสพ ชั้นแนวหน้าในอเมริกา และมีคนอ่าน ล้วนเป็นปัญญาชนระดับสูงเน้นข่าวต่างประเทศและข่าวสหรัฐ     เคยได้รางวัลพูลิซเซอร์ถึงเจ็ดครั้ง    ข่าวของ นสพ ฉบับนี้มีความน่าเชื่อถือไม่น้อยกว่า washington post และ Newyork Times

นสพ ดังกล่าว ด่าสื่อไทยยับว่าไม่เป็นกลาง โกหก และมีอคติ    คนดูทีวีไทยไม่เคยได้รับรู้ความจริงนอกจากสิ่งที่เผด็จการบอก     ทีวีไทยยกำลังขยายการสร้างความแตกแยกให้กับประเทศไทย    การประท้วงในประเทศไทยย่างเข้าสัปดาห์ที่สอง    ทีวีไทยก็ยังแพร่ข่าวไม่หยุดโดยเน้นภาพลบสาพัดของการประท้วง    สื่อของรัฐไม่สนใจประเด็น เศรษฐกิจ สังคมและเบื้องหลังของการประท้วงครั้งนี้ อาทิเช่น ความไม่เท่าเทียมกัน ความไม่ยุติธรรม

ความแตกต่างของข่าวทั้งสองฝ่ายทำให้คนดูมืดมน บก ทีวีที่ขออนุญาตไม่เอ่ยนามเพราะกลัวจะถูกเล่นงาน     บอกเขาว่ารัฐบาลกำลังเข้าไปแทรกแซงการเสนอข่าว    ซึ่งในสมัยห้าปีของทักษิณก็มีบ้างเหมือนกัน   แต่รัฐบาลนี้มันหนักกว่าเก่ามากเขากล่าว  

ดูบทความเต็มได้ที่  http://www.csmonitor.com/World/Asia-Pacific/2010/0322 /Biased-TV-stations... 


ผมได้ให้ประชาชนจับตาสื่อไทยว่าจะมีสื่อใดกลับเนื้อกลับตัวบ้างหลังวันที่ 14 มีนาคม 2553     ปรากฎว่าสื่อนสพ.หลายฉบับลงข่าวดีขึ้นเล็กน้อย    และหลายฉบับยังเหมือนเดิม    แต่TVยังคงไม่กลับเนื้อกลับตัวยังเหมือนเดิมทุกประการ    ทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า    กรรมจะตามทันพวกคุณทันทีที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย 

เปิดหลักฐานคำสั่งเผด็จการให้ทีวีปิดข่าวเสื้อแดงกำลังชนะ

คน ในวงการโทรทัศน์ช่องเอกชนช่องหนึ่งได้เปิดเผยกับ"ไทยอีนิวส์"ว่า รัฐบาลได้กำชับมายังผู้บริหารโทรทัศน์ทุกช่องให้มีแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ ที่จะนำเสนอข่าวในทางที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล และในทางที่เป็นโทษต่อฝ่ายเสื้อแดง โดยมีหนังสือเวียนมายังกองบรรณาธิการข่าว และผู้ประกาศผู้อ่านข่าวโทรทัศน์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

"แจ้งให้กองบรรณาธิการข่าว และผู้ประกาศข่าวทุกคนรับทราบและปฏิบัติ

ประเด็นข่าวสถานการณ์การชุมนุมเสื้อแดงที่ผู้บริหารสั่งกำชับ และขอความร่วมมือไม่ให้นำเสนอรายงานออกอากาศ ดังนี้
-ห้ามนำเสนอข่าวเสื้อแดงประกาศชัยชนะ ประกาศความสำเร็จ หรือประกาศได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน
-ห้ามระบุจำนวนประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมว่ามากเท่าไหร่
-ห้ามนำเสนอข่าวความเห็นของประชาชนและคนในวงการต่างๆที่สนับสนุนเสื้อแดง
-ห้ามรายงานข่าวที่ยั่วยุสร้างแรงกระตุ้นให้ประชาชนออกไปร่วมชุมนุมใหมากขึ้น
-ห้ามใช้ภาพข่าวเทเลือด ละเลงเลือด เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
-ห้ามนำเสนอข่าวประเด็นการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ต่างชนชั้น ห้ามใช้คำว่า"สงครามระหว่างชนชั้น","ไพร่"กับ"อำมาตย์"โดยเด็ดขาด

แถลงการณ์นปช ฉบับที่4


โดย...สลับฉาก

23 มี.ค.53

เมื่อวานนี้(22 มี.ค.53)ประมาณเวลา 17.00 น. ณ เวที นปชผ่านฟ้า    นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ ประกอบด้วย 

1. ยืนยันให้ยุบสภาทันที คืนอำนาจให้กับประชาชน 
2. ไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใดตามที่มีการกล่าวอ้าง 
3. ยินดีให้มีการเจรจา โดยผู้มีอำนาจเต็มของแต่ละฝ่าย ซึ่งฝ่ายรัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี ที่มีอำนาจในการยุบสภา 
4. หากมีการยุบสภาแล้ว ให้ทุกฝ่ายสลายตัว และเปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองหาเสียงได้โดยไม่มีการกีดกัน 
5. ให้การเลือกตั้งโดยสุจริตเป็นเครื่องตัดสิน ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับ

คุณวีระแถลงว่าเป็นแถลงการณ์ฉบับที่3         จากที่เราได้รายงานเป็นฉบับๆเป็นระยะๆแล้วนั้น    ทางเราขอยืนยันว่าเป็นฉบับที่4

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวหลังจากยกเลิกการเดินทางไปชุมนุมที่กระทรวงสาธารณสุข ในวันพรุ่งนี้(22 มี.ค.53) ว่า นปช.จะตรึงพื้นที่ถนนราชดำเนินไว้ตามเดิม ไม่หลงกลเดินทางไปตามที่เคยประกาศไว้     โดยหากเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปที่กระทรวงสาธารณสุข จะมีการสร้างสถานการณ์ป่วนจากเสื้อแดงเทียม เหมือนกับช่วงสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว โดยมีการเคลื่อนกำลังพลทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ไว้พร้อมตามหน่วยทหารต่างๆ แล้ว 

“เราจะจัดทัพราชดำเนินให้แน่น รอวันเสาร์ที่ 27 มี.ค.จะชุมนุมใหญ่ให้มากกว่าวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก. ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล ถ้าใครมาได้ก็ให้มาที่ราชดำเนิน ถ้ามาไม่ได้ก็ให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด"
นาย จตุพร กล่าวว่า วันที่ 27 มี.ค.เสื้อแดงจะเคลื่อนพลไปทั่วกทม.เหมือนวันที่ 20 มี.ค.แต่ยังไม่กำหนดเส้นทาง ซึ่งถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่อีกครั้งตามวิถีทางที่เราเชื่อว่าจะได้รับชัย ชนะ