10 พ.ค. 2553

Red Map 5 ข้อของ นปช.

โดย…สลับฉาก


10 พ.ค.53

วันนี้ (10 พ.ค.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดง ว่า ได้รับการสนับสนุนจากชาวกรุงเทพฯอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป็นครั้งแรกที่มีการชุมนุมร่วมกันของต่างจังหวัดและกรุงเทพฯอย่างกว้าง ขวาง จนเป็นที่ยอมรับจากสื่อทั้งในประเทศ และต่างชาติ นับเป็นเป็นประวัติศาสตร์การชุมนุมโดยประชาชน ไม่ว่ารัฐจะใช้อำนาจอิทธิพล ใส่ร้ายป้ายสี ทำลายความชอบธรรม ให้กลายเป็นผู้ชุมนุมรับจ้าง เป็นก่อการร้าย ใช้ความรุนแรง ให้กลายเป็นผู้มุ่งหมายโค่นล้มสถาบัน แต่ในที่สุดความงดงามและความเป็นจริงที่คนเสื้อแดงแสดงออกตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครลบเลือนได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า รัฐบาลพยายามจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมตลอดเวลา แต่ทุกครั้งจะตอกย้ำความไม่ชอบธรรมและความอำมหิตของผู้นำรัฐบาล แต่ นปช.ไม่ประสงค์จะใช้ชีวิตประชาชน ซากศพ เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี เพื่อยืนยันว่า ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง หรือความสูญเสียขึ้นอีกไม่ว่ากองกำลังฝ่ายรัฐ หรือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่รัฐไม่อาจควบคุมได้ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวของคนเป็นนายกรัฐมนตรี

“เมื่อรัฐบาลประกาศมาตรการปรองดองและเชิญชวนคนเสื้อแดงเข้าร่วม เพื่อให้เกิดสันติภาพและมีกระบวนการคลี่คลายวิกฤตโดยสันติวิธี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ นปช.มีมติเป็นเอกฉันท์ แสดงท่าทีตอบรับการปรองดองทันที” นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่า

หากแต่เพียงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ สถานการณ์ความขัดแย้งสั่งสมทับซ้อนต่อเนื่องยาวนาน เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ทุกปัญหาได้ถูกเชื่อมโยงดังกล่าว เป็นปัญหาเดียวกัน เป็นสงครามระหว่างชนชั้น เป็นการต่อสู้ระหว่างไพร่กับอำมาตยาธิปไตย เพราะฉะนั้นเมื่อมีผู้เสนอแนวทางให้เกิดการปรองดองภายใต้หลักสันติวิธี จึงเป็นเรื่อง นปช.ให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจ และหารือรายละเอียดต่างๆ โดยรอบคอบ เพราะการแก้ปัญหาในชาติไม่ได้ยุติแค่ นปช.ยุติการชุมนุม และอภิสิทธิ์ยุบสภา แต่ต้องให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไร ถือเป็นฉันทามติของประชาชน ต้องไม่มีอำนาจใดมาแทรกแซง นปช.จึงเห็นชอบตามมตินี้เป็นเอกฉันท์

1.นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอประกาศตอบรับการกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.2553 ตามที่นายกฯเสนอมา และยินดีตอบรับวันยุบสภาตามที่รัฐบาลเสนอ 15-30 ก.ย.โดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อแสดงความจริงใจของ นปช.เพื่อนำพาบ้านเมืองสู่สันติภาพ

2.แต่ประเด็นสำคัญของคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ คือ ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน เราจึงไม่อาจยอมรับการปฏิบัติที่เป็น 2 มาตรฐานในทุกกรณี นั่นหมายความว่า ในการดำเนินคดีความต่างๆ ระหว่างการชุมนุมต่อสู้ได้ยืนยันว่า ไม่ ประสงค์รับการนิรโทษกรรมทุกคดีความ ทั้งคดีเล็กคดีใหญ่ และคดีผู้ก่อการร้าย ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่รัฐบาลต้องปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมในมาตรฐานเดียวกัน นั่นก็คือ ที่มาของข้อกล่าวหาก่อการร้ายของ นปช.เกิดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.ขณะทหารเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 800 กว่าคน เสียชีวิต 25 ชีวิต หลังจากนั้นไม่กี่วัน นปช.ถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น ถูกขออนุมัติออกหมายจับจากดีเอสไอ ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ รองนายกฯ ผู้รับผิดชอบปฏิบัติการ ศอฉ.ยังไม่ปรากฏว่า มีความคืบหน้าในการดำเนินคดี ทั้งที่ นปช.ได้แจ้งความไว้แล้ว ข้อเรียกร้องของนปช.จึงมีว่า เมื่อเราตอบรับมาตรการปรองดองยุบสภา นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากเหตุการณ์ 10 เม.ย.เช่นเดียวกัน ถ้า โทษผู้ก่อการร้ายประหารชีวิต แกนนำ นปช.ยินดีถูกประหารชีวิต ถ้าคดีสั่งปราบประชาชนมีโทษสูงสุดประหารชีวิต ถ้าศาลสั่งประหารชีวิต นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ต้องรับโทษประหารชีวิตเช่นเดียวกัน
ปัจจุบัน นายอภิสิทธิ์ ได้รับเอกสิทธิ์ยกเว้นการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับ นายจตุพร จึงไม่ติดใจ แต่ตัว นายสุเทพ ซึ่งลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.แล้ว ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง จึงขอเรียกร้องตำรวจให้ดำเนินคดีออกหมายเรียกให้ไปมอบบตัวเช่นเดียวกัน และนายสุเทพ จะต้องแสดงจิตสำนึกของความเป็นคนไทย เมื่อ นปช.ไปมอบตัวได้ นายสุเทพ ต้องไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน เพื่อให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เพราะในอดีตผู้สั่งการจะรอดพ้นจากความผิด และคดีนี้ นปช.จะไม่ยอมให้นิรโทษกรรม ส่วนวันยุติการชุมนุม จะเป็นวันเดียวกับที่ นายสุเทพ ประกาศเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

3.นปช.จะยุติสู่การเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่พีเพิลชาแนลต้องกลับมาออกอากาศ ยินดีให้มีคณะกรรมการดูแลเนื้อหาไม่ให้เกิดความยั่วยุ แต่ต้องดูแลเอเอสทีวีด้วย

4.ถ้า นปช.ยุติการชุมนุมแล้ว รัฐบาลยังยืด พ.ร.ก.ฉุกเฉินรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย และชี้แจงต่อประชาชนเอง

5.นปช.มีความตั้งใจจริงที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายนำพาประเทศออกจากความ ขัดแย้งด้วยหลักสันติวิธี และจะมีแนวทางปรองดองของ นปช.ขึ้นมา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา


7 พ.ค. 2553

จี้มาร์คประกาศวันยุบสภา

โดย…สลับฉาก


5 พ.ค.53

วันที่ 4 พ.ค. 2553 เวลาประมาณ 18.05 น. ที่เวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และแกนนำ นปช. อีกหลายคน ขึ้นประกาศผลการหารือของแกนนำ นปช. ต่อข้อเสนอสมานฉันท์ปรองดอง 5 ข้อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

แกนนำ นปช. มีมติตอบรับเข้าสู่กระบวนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ จี้นายกรัฐมนตรีประกาศวันยุบสภาให้ชัดเจนแทนประกาศวันเลือกตั้ง เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจของนายกฯ พร้อมขอให้ยุติการใส่ร้ายโจมตี ลดการคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ประกาศชัดไม่มีเงื่อนไขนิรโทษกรรม พร้อมต่อสู้ทุกคดี เพราะกลัวคนสั่งฆ่าประชาชนพ้นความผิดด้วย ย้ำต้องยุติดึงสถาบันกษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับการเมืองในทุกมิติ

ยอมรับหวั่นใจกลัวถูกเบี้ยวเหมือนในอดีต “อภิสิทธิ์” ระบุไม่ต้องถึงกับลงสัตยาบรรณ เพราะการประกาศต่อสาธารณชนเป็นบ่วงมัดคอตัวเองอยู่แล้ว ลั่นไม่ต้องกังวลถูกหลอก เพราะอำนาจยุบสภาเป็นของนายกฯ ส่วนคดีความยังต้องเดินหน้าต่อ ไม่นิรโทษกรรมให้ใคร ตั้ง “กอร์ปศักดิ์-อนุพงษ์” ประสานยุติการชุมนุมส่งประชาชนกลับบ้าน พร้อมคืนสัญญาณพีเพิลชาแนล เว็บไซต์ และวิทยุชุมชนที่ถูกปิดเมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปรกติ

ผลการประชุมคณะกรรมการ นปช. มีมติดังนี้
1. มีมติเป็นเอกฉันท์ ยินดีเข้าสู่กระบวนการปรองดองสมานฉันท์ โดยเห็นว่าเป็นข้อเสนอเดิมของ นปช. เอง และต้องการสงวนชีวิตทุกชีวิตไม่ให้มีการบาดเจ็บล้มตายอีก ข้อนี้เป็นเอกฉันท์
2.มีข้อสังเกตบางประการและต้องการความชัดเจนในการเข้าสู่กระบวนการเจรจา
2.1 นปช. มีความสงสัยว่าการกำหนดกรอบเวลาเลือกตั้งน่าจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี จึงขอความชัดเจนว่านายกฯน่าจะประกาศกรอบเวลาของการยุบสภา ซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีให้ชัดเจน
2.2 นปช. ต้องการความจริงใจ ซึ่งรัฐบาลสามารถแสดงออกได้ด้วยการลดการคุกคามทุกรูปแบบในทันที
3.นปช. ไม่ขอนิรโทษกรรมให้แก่ นปช. เองในข้อหาโค่นล้มสถาบันและการก่อการร้ายโดยเด็ดขาด พร้อมสู้ทุกคดี
4.ต้องยุติการนำสถาบันกษัตริย์ลงมาสู่ความขัดแย้งในทุกมิติ นี่คือมติผลการประชุมของ นปช. ในวันนี้ ถือว่าเป็นมติอย่างเป็นทางการ

2 พ.ค. 2553

มาร์คต้องการปราบประชาชนมากกว่าเจรจา


โดย…สลับฉาก

24 เม.ย. 53

หลังนปช.ยื่นข้อเสนอใหม่ยุบสภาภายใน 30 วันเป็นการถอยมาหนึ่งก้าวเมื่อวานนี้(23เม.ย.53)   หลายฝ่ายหวังว่าอาจเป็นหนทางยุติวิกฤตตการณ์ทางการเมืองรอบนี้    แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหุ่นเชิดของอำมาตย์ ได้ประกาศไม่ยอมรับข้อเสนอของเสื้อแดงแล้ว

นปช.โต้ทันควันชักบันไดสันติภาพกลับ ยกระดับการชุมนุมถอดเสื้อแดงรบนอกเครื่องแบบ
นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. แถลงที่เวทีราชประสงค์เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ถึงข้อเสนอที่ยื่นไปถึงรัฐบาลนั้นไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล แม้มีการส่งตัวแทนมาเจรจา แต่ได้สั่งให้ตัวแทนดังกล่าวยุติการเจรจา อาจเพราะรัฐบาลมั่นใจในศักยภาพของฝ่ายรัฐบาลว่ามีศักยภาพเหนือกว่า และแน่ใจว่าจะสลายการชุมนุมสำเร็จ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงว่าเมื่อรัฐบาลสั่งตัวแทนยุติการเจรจา ทางนปช.ก็ต้องกลับไปสู่จุดยืนเดิมคือกดดันให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาในทันที และ่คาดว่าจะมีการสั่งสลายการชุมนุมภายใน48 ชั่วโมงนับจากนี้ ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงมีมาตรการดังต่อไปนี้

1.ถอดเสื้อแดงและสัญลักษณ์คนเสื้อแดงออกทั้งหมด และ่ต่อไปจะรบนอกเครื่องแบบใช้สีเสื้ออื่น
2.ให้ประชาชนทั่วประเทศใช้ขอนแก่นโมเดล โดยหากเห็นตำรวจทหารเคลื่อนไหวกองกำลัง ให้เข้าปิดกั้นแบบขอนแก่นทันที
3.หากมีการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม ขอให้คนเสื้อแดงทั้งประเทศมีอิสระเสรีในการต่อต้านทุกวิถีทางทันที
4.ขอให้ผู้ชุมนุมสร้างกลุ่มย่อยละ5คนแลกข้อมูลข่าวสารกันภายใน เพื่อป้องกันการส่งคนนอกเข้าแทรก
5.ขอเชิญคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่เพื่อทัดทานไม่ให้รัฐบาลปราบปรามประชาชนได้สำเร็จ
6.หากมีการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ขอให้”ตกใจ”ทันทีตามที่เคยเตรียมการกันไว้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แถลงว่า เหตุที่จะมีการปราบปรามเสื้อแดงนั้น คาดว่าน่าจะก่อนเวลา17.00น.วันจันทร์นี้(26เม.ย.53) เพราะมีหมายกำหนดการให้ผู้พิพากษาเข้าเฝ้าฯ คนพวกนี้ยังไม่ทราบว่าในหลวงจะมีพระบรมราโชวาทเช่นใด จึงจะชิงลงมือปราบปรามผู้ชุมนุมก่อน

ใช้แผนดึงพธม.ยั่วยุนปช.


โดย…เกียกกาย 43..

22 เม.ย. 53

ขณะนี้ใช้กำลังตำรวจและทหารไม่ได้ผลในการสลายม็อบนปช. ต้องอาศัยพลเรือนช่วย ชาวบ้านทั่วไปเขาไม่ช่วยก็ต้องอาศัยพลเรือนพันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการมาช่วย เพื่อสร้างภาพว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับ นปช.   เพื่อหวังให้ประชาชนทั่วไปเชื่อเหมือนแผนเก่าๆที่เคยใช้ได้ผลมาก่อน   แต่ปัจจุบันประชาชนเรียนรู้ไวและก้าวพ้นแผนชั่วๆพวกนี้ไปแล้ว

มีตัวเล่นอะไรก็ควักออกมาใช้ให้หมด   เทออกมาให้หมดหน้าตักเลยนะ่อำมาตย์   ประชาชนจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร อย่างเอาพันธมิตรมายั่วยุ ณ แยกสีลมเมื่อค่ำคืนที่ 21 เมษานั้น   คนพื้นที่สีลมเขารู้ดีว่าพวกยั่วยุนั้นไม่ไช่คนสีลม   จำภาพผู้ก่อการยั่วยุไว้นะครับต่อไปอาจมีคนมาแฉว่าเป็นใคร

19 เม.ย. 2553

แถลงการณ์ชวลิต+สมชาย


โดย...สลับฉาก

19 เม.ย.53

วันนี้มีแถลงการณ์ด่วน    ของอดีตนายกสองท่านร่วมกันแถลง    ดังมีข้อความดังต่อไปนี้

แถลงการณ์

ปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้   เกิดจากความไม่เป็นประชาธิปไตยและการ  ไม่มีความยุติธรรมในสังคม ความแตกแยกทางการเมือง   มีแนวโน้มที่จะขยายลุกลามจนไม่อาจแก้ไขได้

ผมทั้งสองคนเห็นว่าในระยะยาวนั้น เราไม่อาจแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ถ้าเราไม่สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และขจัดการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ผมทั้งสองขอเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1. ต้องหยุดความรุนแรง และการสังหารประชาชนโดยทันที
2. รัฐบาลต้องประกันว่าจะต้องไม่มีคนไทยเสียชีวิต   จากการชุมนุมทางการเมืองอีกแม้แต่คนเดียว
3. ต้องยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที    ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการชุมนุมทางการเมืองตามปกติ
4. ต้องยุติการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารแต่เพียงฝ่ายเดียว   เลิกปิดกั้นสื่อสารมวลชนและละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
5. คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกรัฐบาลใหม่    โดยการยุบสภาโดยทันที

คนไทยทุกสีทุกคนมีความห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้   และทุกคนทุกฝ่ายมีหน้าที่แก้ปัญหาร่วมกัน  ผมทั้งสองคนเชื่อมั่นว่าเราจะหาทางออกให้กับประเทศได้  ถ้าเราตระหนักในรากเหง้าของปัญหา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจและจริงจัง

                                                                  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี
                                                                  นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์   อดีตนายกรัฐมนตรี   

                                                                                         
                                                                                     19 เมษายน 2553

พันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการ

โดย...สลับฉาก

19 เม.ย.53

วานนี้ (18 เม.ย.) พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดประชุมใหญ่เครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ หัวข้อ “ฝ่าวิกฤตการเมืองไทย ปฏิรูปใหญ่อย่างรอบด้าน” โดยการประชุมครั้งนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ปรากฏตัวในการประชุมแต่อย่างใด 

และมีมติสรุปใจความสำคัญอยู่ในข้อ2ข้อเดียว คือ    ให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายจัดการกับขบวนการก่อการร้ายของระบอบทักษิณอย่างเคร่งครัด และเต็มประสิทธิภาพขั้นเด็ดขาดโดยทันที    และภายใน 7 วัน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ   จนส่งผลทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อชาติและราชบัลลังก์    พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะทำหน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญในการ พิทักษ์รักษาชาติและราชบัลลังก์ทันที

การกระทำของพันธมิตรไม่ได้แปลกเลย     เพราะอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาลมาตลอด     การจะเชียร์พวกเดียวกันจึงเป็นเรื่องธรรมดา      ส่วนรัฐบาลก็ไม่ทำอะไรกับพันธมิตรฯที่ทำผิดเพราะว่าเป็นพวกเดียวกัน

การกล่าวอ้างว่าเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้ายนั้นยังไม่มีหลักฐานใดๆสนับสนุน  นอกจากการกล่าวหาโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์  แต่สำหรับพันธมิตรนั้นมีหลักฐานชัดเจนคือหมายเรียกคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ


ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ก่อการร้ายพันธมิตร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ให้แกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯเข้ามอบตัว คดีบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ, ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง

นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551

ผู้ถูกออกหมายเรียกรวม 25 คน ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสำราญ รอดเพชร นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายเทิดภูมิ ใจดี นายพิภพ ธงไชย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายพิชิต ไชยมงคล นายประพันธ์ คูณมี นายบรรจง นะแส นายกษิต ภิรมย์ นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นายวีระ สมความคิด น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายชนะ ผาสุกสกุล พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และนายสุรวิชช์ วีรวรรณ 

พันธมิตรฯหมดสิทธิ์ที่จะไปกล่าวหาคนอื่นว่าเป็นผู้ก่อการร้าย     เพราะตัวเองเป็นผู้ก่อการร้ายเสียเอง    ชื่อที่แท้จริงของกลุ่มนี้คือ "พันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการ"

 

17 เม.ย. 2553

เชือดสุเทพตั้งเพื่อปลดอนุพงศ์


โดย...เกียกกาย 43..

17 เม.ย.53

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแต่งตั้งให้พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ขึ้นทำหน้าหน้าที่แทนในตำแหน่งประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอ ฉ.)

ก่อนคิดว่าสุเทพดูท่าดีขึงขังเอาจริงเอาจัง     ภายหลังรู้ว่า สุเทพไม่มีน้ำยาอะไรเลย นอกจากฮึดฮัดไปวันๆ เป็นแค่ลิงอุรังอุตังแขนคดบ้ากาม   ไม่ใช่ จปร.   ทหารตำรวจส่วนใหญ่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง    เลยจำเป็นต้องเชือดสุเทพเพื่อคงอำนาจต่อไปแม้สุเทพจะเป็นผู้มีพระคุณ    จากนี้ไปสุเทพกับมาร์กก็ไม่้ต้องเผาผีกัน   ปชปก็แตกกันลึกไปอีก     แต่มาร์คก็คงรู้และรู้เลยไปว่าพรรคจะถูกยุบอยู่แล้วค่อยว่ากัน

ปัญหาต่อไปคืออนุพงศ์จะทำอย่างไร   
1.ถ้าปราบคนเสื้อแดง    ก็ยังไม่รู้ว่าทหารจะชนะหรือไม่   เพราะบทเรียนคราวก่อนทหารถึงสองกองพลประมาณ 15,000 นายยังยับเยินถอยกลับที่ตั้ง
2.ถ้าอ่อนลงเพื่อลดแรงกดดัน   เช่นคืนPeople channal(ทีวีคนเสื้อแดง) ยกเลิกการปิดเว็บ  เรียกร้องให้มาร์คยุบสภา และให้คนเสื้อแดงเลิกชุมนุม  หรือแม้แต่ใส่เกียร์ว่าง  ป๊อกก็จะถูกปลดแบบเทพเทือกทันที

หลังจากป๊อกถูกปลด   ก็จะเป็นเหตุผลที่มาร์คจะตั้งประยุทธ์เสียบแทน    อ้างว่าไม่สามารถปราบผู้ก่อการร้ายได้และไม่สนองรับนโยบายรัฐบาล    

วิเคราะห์ว่าป๊อกก็คงรู้แผนนี้     อาจเลือกที่จะจัดการจับนายกรัฐมนตรีแล้วจี้ให้ออกจากตำแหน่งเสียเลยก็เป็นไปได้มาก    ถ้าอนุพงศ์รู้ว่าเขาจะโดนบูชายัญ และยังได้คะแนนจากคนเสื้อแดง    

ส่วนประยุทธ์ ถ้าจะเล่นบทโหด ก็ต้องถามว่า พลเอกประยุทธ์จะเอาอาวุธ และรถลำเลียงพลมาจากไหน พลังพลจะมาจากไหน ที่พังไปแล้วเท่าไร ถ้าป๊อกไม่สั่งเองถึงแม้ถูกปลดจากตำแหน่งประธานศอฉ. แต่เขาก็ยังเป็น ผบ.ทบ.    ประยุทธ์จะได้พลถึงสิบกองพันหรือไม่    คราวนี้ ทหารมีปืน ประชาชนใช้ระเบิดเพลิงแน่ๆ     ยังมีนักรบนิรนามหรือทหารแตงโมที่ไม่ทราบที่มาที่ไปอีกล่ะ เสี่ยงมากหนทางชนะน้อย คนร่วมสองแสนต่อวัน บางคืนระดมทันทีได้สามแสนคน จะเอาชนะได้อย่างไร

การใช้ความรุนแรงคราวนี้   จะเกิดความสูญเสียมากกว่า วันที่10เม.ย.หลายเท่าตัว    ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือประชาชน    และจะไม่เกิดประโยชน์แก่รัฐบาลอย่างใดเลย   นอกจากเพิ่มความชอกช้ำให้กับรัฐบาลหมดความชอบธรรมซ้ำซ้อน    จนไม่อาจมองหน้าใครได้อีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ   และที่สุดรัฐบาลนี้ก็ต้องพ่ายแพ้ประฃาฃนอยู่ดี

ปัญหาขณะนี้อยู่ที่รัฐบาลว่าจะยอมรับ   ความพ่ายแพ้แบบบาดแผลไม่เจ็บมาก หรือแบบบาดแผลยับเยิน   ก็คงต้องเลือกเอาเอง

15 เม.ย. 2553

อย่ารับใช้คนชั่วปิดกั้นสื่อ!


โดย...สลับฉาก

15 เม.ย.53

การปิดกั้นสื่อประชาธิปไตย   สามารถทำได้เพราะมีคนสั่งและมีคนทำ    และเป็นการกระทำผิดทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และหลักสิทธิมนุษยธรรมสากล    คนทำและคนสั่งมีความผิดเท่ากัน

นิวยอร์ก, 12 เม.ย.53 องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Right Watch)    เรียกร้องให้รัฐบาลมาร์คยุติการปิดกั้นสื่ิอ   และกล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขัดต่อพันธะสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

การปิดกั้นสื่อโดยฝ่ายรัฐบาล    ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของรัฐบาลในเรื่องสื่อฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล   แม้ในระยะต้นจะดูเหมือนได้ผลเพราะคนไม่สามารถเข้าหาข้อมูลได้   แต่จะเป็นแค่ช่วงต้นๆในระยะสั้นเท่านั้น   หลังจากนั้นก็ไม่สามารถปิดกั้นได้อีก   เพราะเขาจะหนีไปหาทางออกอื่นเพื่อเสพสื่อนั้น     จะตามปิดกั้นกันไม่รู้จบ

ขอเรียกร้องให้ปัญญาชนอย่าไปรับใช้คนชั่ว    ที่สั่งให้ปิดกั้นสื่อเพราะถ้าท่านไปทำเมื่อไร   ก็เท่ากับท่านทำชั่วไปกับเขาด้วย    จะอ้างว่าได้รับคำสั่งไม่ได้เพราะตัวท่านเองย่อมรู้อยู่แก่ใจ    ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรถูกอะไรผิด   มันจะเป็นกรรมติดตัวไปตลอดชีวิต    เดี๋ยวจะหาว่้าไม่เตือน
 

สงกรานต์เสื้อแดง

14 เม.ย.53

เหล่านักรบประชาธิปไตยหัวใจแดง   พักรบชั่วคราวเล่นสงกรานต์วางอาวุธตีนตบมาจับขันลดน้ำกันแทน   หลังจากนั้นก็คงเตรียมตัวสู้ต่อเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงตามที่มุ่ง หวังไว้

ตอนนี้รัฐบาลใช้เกมส์อ้างว่าเสื้อแดงได้รับการช่วยเหลือจากผู้ก่อการร้าย   เพื่อสร้างความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมของประชาชนในครั้งต่อไป  ทั้งที่ความจริงเกิดจากทหารฝ่ายที่ทนดูคนเสื้อแดงถูกทำร้ายด้วยอาวุธสงคราม ฝ่ายเดียวไม่ได้   จึงออกมาช่วยเหลือ ถามว่าประชาชนคนธรรมดาใครจะใช้อาวุธสงครามเป็นเช่น M79เป็นต้น

ขณะนี้คนเสื้อแดงสมัครใจคืนพื้นที่ผ่านฟ้าแล้ว   โดยได้ไปรวมตัวกันที่ราชประสงค์แทน   หวังว่ารัฐบาลคงพอใจแล้วรีบยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเสีย   ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินปัญหาด้วยการเลือกตั้งแทน   รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกก็จะได้เข้ามาสะสางแก้ไขปัญหาของชาติ เพื่อนำพาชาติบ้านเมืองก้าวเดินต่อไป.

11 เม.ย. 2553

อภิสิทธิ์ & สุเทพ กลายร่างเป็นทรราชสั่งทหารฆ่าประชาชน



โดย…เกียกกาย 43..

11 เม.ย.53

รัฐบาลอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิงในการปกครองประเทศ     หลังสั่งทหารเข่นฆ่าประชาชนเมื่อคืนวาน( 10 เม.ย.53 )   และทหารระดับสั่งการต้องรับผิดชอบเท่ากันกับอภิสิทธิ์     มีคนเตือนคุณมากมายว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน    แต่พวกคุณตาบอดหูหนวกมืดมัวอยู่ในอำนาจ     จนบัดนี้คำว่า “ทรราช” จึงถูกตอกตราติดตรึงประจำตัวคุณไปจนตายแล้วทั้งสองตระกูล

ความมัวหมองได้เกิดขึ้นกับตระกูลของพวกคุณ    รับรองว่าต่อไปแม้ลูกเมียญาติพี่น้องก็ไม่อยากใช้นามสกุลเดียวกับพวกคุณ    เหมือนสมัยเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ที่ไม่มีใครอยากใช้นามสกุล “กิตติขจร และ จารุเสถียร”    ต่อไปนี้ก็จะเป็นนามสกุล “เวชชาชีวะ และ เทือกสุบรรณ “

เราขอยกย่องเชิดชูวีรชนผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้  จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ณ 11 เม.ย.53 มี 14 นาย และได้รับบาดเจ็บกว่า 800 คน  ทุกท่านทุกคนจะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 10 เม.ย.53

ณ วันที่ 15 เม.ย.53 มีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแล้วทั้งสิ้น 18 นาย    และผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก กว่าสิบคน

ภาระกิจต่อไปคือการเอาคนทำผิดต่อประชาชนมาลงโทษ     แม้จะเกิดความสูญเสียขึ้นอีกกี่ครั้งประชาชนก็ไม่ยอมแพ้   และมุ่งมั่นจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้ จริง    อำมาตย์ต้องหมดสิ้นไปจากประเทศไทย

8 เม.ย. 2553

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต


โดย...สลับฉาก

8 เม.ย.53

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

เรื่องการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารของประชาชน

สืบเนื่องจากรัฐบาล   ได้มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน   เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553    และได้มีการมอบหมายให้   ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยรับผิดชอบหน้าที่ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศนั้น    ซึ่งนำไปสู่การปิดกั้นสื่อบางส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์แนวทางการทำงานของรัฐบาล     รวมถึงสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของผู้ชุมนุม (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.)    เช่นสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี และเว็บไซต์ทางการเมืองดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.http://www.gurakdang.com
2.http://www.norporchorusa2.com
3.http://www.norporchorusa.com
4.http://www.uddthailand.com
5.http://www.uddthailand.net
6.http://www.uddthailand.biz
7.http://www.uddthailand.org
8.http://www.uddthailand.info
9.http://www.peoplechannel.net
10.http://www.newskythailand.us
11.http://www.newskythailand.com
12.http://www.newskythailand.net
13.http://www.newskythailand.org
14.http://www.thaipeoplevoice.org
15.http://www.thaipeoplevoice.org/index.html
16.http://www.thaipeoplevoice.net
17.http://www.thaipeoplevoice.info
18.http://www.prachathai.com
19.http://www.redthai.org
20.http://www.reddthai.net
21.http://www.rednon.org
22.http://www.sunshine.redthai.org
23.http://www.konthaiuk.com
24.http://www.redshirttv.com
25.http://www.isan.redthai.org
26.http://www.youtube.com/uddtoday
27.http://www.twitter.com/uddtoday
28.http://www.facebook.com/note.php?note_id=344691628328
29.http://young-udd.hi5.com/friend/p352428162-Young+UDD_Thailand- -html
30.http://groups.google.com/group/redthai
31.http://www.d-dek.org
32.http://www.xat.com/uddtoday
33.http://www.uddtoday.ning.com
34.http://www.sameskybooks.org
35.http://www.weareallhuman.net
36.http://www.sanamluang.tv

เครือข่ายพลเมืองเน็ต   ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์สิทธิเสรีภาพ   เพื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต   คัดค้านแนวทางดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.การปิดกั้นเว็บไซต์เป็นการปิดกั้นสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน ขัดต่อหลักประชาธิปไตย รัฐบาลต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์

2.การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารเป็นการยั่วยุและทำให้เกิดแรงต้านมากขึ้น รัฐบาลต้องเชื่อในวิจารณญาณของประชาชนและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

3.การปิดกั้นเว็บไซต์ทำให้ประเทศไทยถดถอยในเรื่องสิทธิเสรีภาพการสื่อสารมากยิ่งขึ้น

เครือข่ายพลเมืองเน็ต    ยืนยันว่าเสรีภาพอินเทอร์เน็ต คือ เสรีภาพของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถ้ารัฐเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี    รัฐต้องยอมรับให้มีพื้นที่ให้ประชาชนสื่อสารกัน ไม่เช่นนั้นจะยิ่งสร้างความขัดแย้งแตกแยกและไม่สามารถสร้างความเข้าใจกันใน หมู่ประชาชนยิ่งขึ้น

เราขอเรียกร้องรัฐยกเลิกการปิดกั้นการสื่อสารโดยทันที
“ถ้าไม่ให้เราคุยกัน เราจะเข้าใจกันได้อย่างไร”

เครือข่ายพลเมืองเน็ต

5 เม.ย. 2553

เคลื่อนพล11เส้นทางที่ถูกห้าม


โดย...เกียกกาย 43..

5 เม.ย.53

ณัฐวุฒิ แถลงว่าพรุ่งนี้เวลาประมาณ 11.00 น.   เราจะเคลื่อนขบวนไปยังถนนทั้ง 11 สายที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ระบุว่าไม่ให้คนเสื้อแดงเดินทางไป    เป็นการเคลื่อนขบวนอย่างสงบสันติ ไม่มีการปิดกั้นการจราจร     ให้ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเป็นระเบียบ เมื่อครบ 11 สายจะกลับเข้าที่ตั้งการชุมนุมต่อไป    

การเคลื่อนครั้งนี้ มุ่งหวังให้รัฐบาลเกิดจิตสำนึก ว่าคำสั่งที่ประกาศมาเป็นคำสั่งเผด็จการที่กดขี่ย่ำยีสิทธิของประชาชนโดยมิชอบ    ในเมื่อคนเสื้อแดงเป็นประชาชนของประเทศนี้ เป็นคนเสียภาษี เป็นพลเมืองเท่ากับคนอื่นๆ    เราจึงมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง และจะขอปฏิเสธคำสั่งอันไม่ชอบธรรมอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา    

ขบวนจะเริ่มที่ผ่านฟ้าจะไม่มีการจอดแวะ และพยายามไม่สกัดขัดขวางการเดินทางของประชาชนโดยทั่วไป โดยให้ทีมงานซูเปอร์สันติ ได้แก่  นายพายัพ ปั้นเกตุ, แรมโบ้อีสาน, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, ขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งมีผลงานแล้วที่ กกต.ในวันนี้ 

ประการต่อมา หากวันนี้รัฐบาลยังไม่มีท่าทีสนองตอบข้อเรียกร้อง นปช.จะมีมติในการยกระดับความเข้มข้นของการต่อสู้ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ    และยืนยันว่าจะปักหลักสู้ต่อไป ไม่กลับบ้านแม้ช่วงเทศกาลสงกรานต์
  
สำหรับ 11 เส้นทาง ตามประกาศฉบับที่ 6 ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่สั่งห้ามชุมนุมและเคลื่อนไหว มีดังนี้



 1. ถ.พระราม 4 แยกตัดกับถ.สาทร ถึงแยกสามย่าน
 2. ถ.สาทร ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง
 3. ถ.สีลม ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง 
 4. ถ.สุรวงศ์ ตั้งแต่ แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง
 5. ถ.เจริญกรุง ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.สุรวงศ์ ถึงแยกตัดกับ ถ.สาทร
 6. ถ.ราชดำริ ตั้งแต่ สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ ถึงแยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4
 7. ถ.พญาไท ตั้งแต่แยกสามย่าน ถึงแยกราชเทวี
 8. ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.สุขุมวิท ถึงแยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4
 9. ถ.ดินแดง ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.รัชดาภิเษก ถึงแยกตัดกับ ถ.ทวีมิตร
10. ถ.ทวีมิตร
11. ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.ดินแดง ถึงแยกตัดกับรัชดาภิเษก ซอย 8

ศาลแพ่งยกคำร้องรัฐบาล ที่ให้คนเสื้อแดงยุติชุมนุมราชประสงค์


โดย...สลับฉาก

5 เม.ย.53

วันนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง   ที่อัยการฟ้องเสื้อแดงหยุดชุมนุมแยกราชประสงค์    เนื่องจาก กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว   ไม่จำเป็นต้องมาขอให้ศาลมีคำสั่ง

ความหมายของคำสั่งศาลก็คือ บอกว่า "กอ.รมน.อย่ามาใช้ศาลเป็นเครื่องมือ  คุณอยากทำก็ทำเอง รับผิดชอบเอง" เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคุณที่อ้างอยู่แล้ว  

ผลคือเสื้อแดงสามารถชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อได้    โดยไม่ผิดคำสั่งศาลแต่อาจผิดคำสั่งรัฐบาล   คนเสื้อแดงคงชุมนุมกันต่อ ไม่มีกำหนดตามสิทธิในกฎหมายรัฐธรรมนูญ   รัฐบาลอยากสลายก็มาสลาย

ห้างสรรพสินค้าที่ปิดตัวเพราะขี้กลัวคนเสื้อแดง    ควรคิดเสียใหม่อย่าคิดว่าคนเสื้อแดงจะนิสัยชั่วเหมือนกับคนเสื้อเหลือง    ยึดทำเนียบก็เข้าไปขโมยของในทำเนียบ   ขโมยออกมาไม่ได้ก็ทำลาย   ขโมยไอศครีมกินที่สนามบินสุวรรณภูมิ    เรื่องแบบนี้ไม่มีประวัติในคนเสื้อแดง

3 เม.ย. 2553

เปิดเวทีที่2ราชประสงค์ กดดันรัฐบาลยุบสภา


โดย…สลับฉาก

3 เม.ย.53

วันนี้  เวลาประมาณ 18.00 น. ที่เวทีที่2สี่แยกราชประสงค์ นายวีระ มุกสิกพงศ์ ประธาน นปช. ได้แถลงจุดยืนและแนวทางการต่อสู้ว่า วันนี้ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เคลื่อนพลมา ณ สถานที่นี้ โดยมีเป้าหมายเลือกภูมิประเทศ สถานที่ีอันเป็นภาคธุรกิจสำคัญ
ประการแรก พี่น้องที่นี่จะได้เห็นด้วยตาของตนเอง จะได้ฟังด้วยหูของตนเองว่าพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงได้มากันจากทั่วประเทศ และมีจุดประสงค์มุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที

ประการที่สอง เราจะปักหลักที่นี่แม้ไม่สะดวกบ้าง  ส่วนเวลาไม่มีกำหนดหรือจนกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา

ประการสาม แนวทางของเราขอยืนหยัดและยืนยันแนวทางสันติอหิสา ไม่ใช้ความรุนรแรง ไม่ใช้กำลัง จึงขอกราบเรียนพี่น้องชาวเสื้อแดงตระหนักและยึดหลักการข้อนี้ไว้ให้มั่น รักษาแนวทางเราร่วมกันไว้

ประการสุดท้าย เราพร้อมที่จะรับฟังว่าจุดยืนของรัฐบาลที่มีต่อมติของมวลมหาประชาชน ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่เราขอย้ำเตือนกับรัฐบาลว่า ถ้าต้องการแก้ปัญหาประเทศนี้โดยสันติวิธี ก็ขอให้รัฐบาลเลือกใช้วิธีการอันเป็นสันติกับคนเสื้อแดง แต่ถ้า รัฐบาลประสงค์ร้ายต่อคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็พร้อมที่จะน้อมรับปฏิบัติการทุกรูปแบบที่รัฐบาลจัดสรรให้ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะไม่ท้อถอย จะไม่ถอนกำลัง จนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล

นายณัฐวุฒิ หนึ่งในแกนนำนปช.  กล่าวว่าได้ยินข่าวมาว่านายกรัฐมนตรีกำลังเตรียมจะประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงค่ำของวันนี้ด้วย แต่คนเสื้อแดงยังยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ได้ออกแถลงการณ์เงื่อนไขเพิ่มเติม โดยเป็นการกำหนดห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมหรือ นปช. ชุมนุมณบริเวณแยกราชประสงค์เกิน 21.00น. ในวันนี้  เพราะทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ถือว่าไม่เข้าข่าย การชุมนุมแบบสงบ สันติ และอสิงหา  ซึ่งหากผู้ชุมไม่กระทำตาม ก็จะมีความผิดตามกฎหมายในมาตรา 24 ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษจำคุกไม่เกิน1 ปี  โดยจะมีการสอบสอนความผิดด้านอื่นๆประกอบด้วย

เวลาประมาณ 19.30 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปชอีกท่านหนึ่ง กล่าวปราศรัยบนเวทีราชประสงค์ว่า ขอให้ประชาชนทุกจังหวัดรวมตัวศาลากลาง หากมีการปราบปรามเมื่อไหร่ จอมืดเมื่อไหร่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ใช้ดุลยพินิจจัดการได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พ่อแม่ที่เป็นคนเสื้อสีแดงบอกลูกที่เป็นทหารเกณฑ์ ว่าอีกไม่กี่วันก็จะปลดประจำการเป็นไพร่เดินดินแล้ว จะต้องไม่ยิงใส่ประชาชน
“กระสุน นัดแรกที่ลั่นใส่ประชาชน บ้านเมืองนี้ก็แหลกกันเป็นจุลเหมือนกัน ถามใจนายอภิสิทธิ์ เสียสละกิเลสส่วนตัว เสียสละสิ่งที่ตัวเองไม่ควรได้มาแต่แรก เสียสละคนเดียว คุณได้เปรียบที่สุด อำนาจรักษาการก็ได้ งบประมาณก็ดูแลอยู่ พวกเรายอมเสียเปรียบ แต่ความขี้ขลาดของคุณ คุณกลัวว่าประชาชนจะไม่เลือกคุณ”
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เรามีความสุขใจว่าลูกหลานในประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเรียกร้องของพวกเรา เราพยายามทุกวิถีทาง สันติอหิงสา เจ็บปวดรวดร้าว พี่น้องกลับบ้านด้วยน้ำตานองหน้า ถามว่าจะได้ชัยชนะเมื่อไร ไม่ต้องตั้งคำถามกันแล้ว วันนี้ พรุ่งนี้ หรืออีกกี่วันก็ตาม แม้พวกบ้ากระหายเลือดปฏิบัติการบ้านเมืองย่อยยับ แต่ถึงอย่างไรฝ่ายประชาชนก็จะเป็นผู้ชนะอยู่ทุกครั้ง”