2 พ.ค. 2553

มาร์คต้องการปราบประชาชนมากกว่าเจรจา


โดย…สลับฉาก

24 เม.ย. 53

หลังนปช.ยื่นข้อเสนอใหม่ยุบสภาภายใน 30 วันเป็นการถอยมาหนึ่งก้าวเมื่อวานนี้(23เม.ย.53)   หลายฝ่ายหวังว่าอาจเป็นหนทางยุติวิกฤตตการณ์ทางการเมืองรอบนี้    แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหุ่นเชิดของอำมาตย์ ได้ประกาศไม่ยอมรับข้อเสนอของเสื้อแดงแล้ว

นปช.โต้ทันควันชักบันไดสันติภาพกลับ ยกระดับการชุมนุมถอดเสื้อแดงรบนอกเครื่องแบบ
นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. แถลงที่เวทีราชประสงค์เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ถึงข้อเสนอที่ยื่นไปถึงรัฐบาลนั้นไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล แม้มีการส่งตัวแทนมาเจรจา แต่ได้สั่งให้ตัวแทนดังกล่าวยุติการเจรจา อาจเพราะรัฐบาลมั่นใจในศักยภาพของฝ่ายรัฐบาลว่ามีศักยภาพเหนือกว่า และแน่ใจว่าจะสลายการชุมนุมสำเร็จ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงว่าเมื่อรัฐบาลสั่งตัวแทนยุติการเจรจา ทางนปช.ก็ต้องกลับไปสู่จุดยืนเดิมคือกดดันให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาในทันที และ่คาดว่าจะมีการสั่งสลายการชุมนุมภายใน48 ชั่วโมงนับจากนี้ ดังนั้นคนเสื้อแดงจึงมีมาตรการดังต่อไปนี้

1.ถอดเสื้อแดงและสัญลักษณ์คนเสื้อแดงออกทั้งหมด และ่ต่อไปจะรบนอกเครื่องแบบใช้สีเสื้ออื่น
2.ให้ประชาชนทั่วประเทศใช้ขอนแก่นโมเดล โดยหากเห็นตำรวจทหารเคลื่อนไหวกองกำลัง ให้เข้าปิดกั้นแบบขอนแก่นทันที
3.หากมีการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุม ขอให้คนเสื้อแดงทั้งประเทศมีอิสระเสรีในการต่อต้านทุกวิถีทางทันที
4.ขอให้ผู้ชุมนุมสร้างกลุ่มย่อยละ5คนแลกข้อมูลข่าวสารกันภายใน เพื่อป้องกันการส่งคนนอกเข้าแทรก
5.ขอเชิญคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่เพื่อทัดทานไม่ให้รัฐบาลปราบปรามประชาชนได้สำเร็จ
6.หากมีการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรง ขอให้”ตกใจ”ทันทีตามที่เคยเตรียมการกันไว้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แถลงว่า เหตุที่จะมีการปราบปรามเสื้อแดงนั้น คาดว่าน่าจะก่อนเวลา17.00น.วันจันทร์นี้(26เม.ย.53) เพราะมีหมายกำหนดการให้ผู้พิพากษาเข้าเฝ้าฯ คนพวกนี้ยังไม่ทราบว่าในหลวงจะมีพระบรมราโชวาทเช่นใด จึงจะชิงลงมือปราบปรามผู้ชุมนุมก่อน

ใช้แผนดึงพธม.ยั่วยุนปช.


โดย…เกียกกาย 43..

22 เม.ย. 53

ขณะนี้ใช้กำลังตำรวจและทหารไม่ได้ผลในการสลายม็อบนปช. ต้องอาศัยพลเรือนช่วย ชาวบ้านทั่วไปเขาไม่ช่วยก็ต้องอาศัยพลเรือนพันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการมาช่วย เพื่อสร้างภาพว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับ นปช.   เพื่อหวังให้ประชาชนทั่วไปเชื่อเหมือนแผนเก่าๆที่เคยใช้ได้ผลมาก่อน   แต่ปัจจุบันประชาชนเรียนรู้ไวและก้าวพ้นแผนชั่วๆพวกนี้ไปแล้ว

มีตัวเล่นอะไรก็ควักออกมาใช้ให้หมด   เทออกมาให้หมดหน้าตักเลยนะ่อำมาตย์   ประชาชนจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร อย่างเอาพันธมิตรมายั่วยุ ณ แยกสีลมเมื่อค่ำคืนที่ 21 เมษานั้น   คนพื้นที่สีลมเขารู้ดีว่าพวกยั่วยุนั้นไม่ไช่คนสีลม   จำภาพผู้ก่อการยั่วยุไว้นะครับต่อไปอาจมีคนมาแฉว่าเป็นใคร

19 เม.ย. 2553

แถลงการณ์ชวลิต+สมชาย


โดย...สลับฉาก

19 เม.ย.53

วันนี้มีแถลงการณ์ด่วน    ของอดีตนายกสองท่านร่วมกันแถลง    ดังมีข้อความดังต่อไปนี้

แถลงการณ์

ปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้   เกิดจากความไม่เป็นประชาธิปไตยและการ  ไม่มีความยุติธรรมในสังคม ความแตกแยกทางการเมือง   มีแนวโน้มที่จะขยายลุกลามจนไม่อาจแก้ไขได้

ผมทั้งสองคนเห็นว่าในระยะยาวนั้น เราไม่อาจแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ถ้าเราไม่สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และขจัดการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ผมทั้งสองขอเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1. ต้องหยุดความรุนแรง และการสังหารประชาชนโดยทันที
2. รัฐบาลต้องประกันว่าจะต้องไม่มีคนไทยเสียชีวิต   จากการชุมนุมทางการเมืองอีกแม้แต่คนเดียว
3. ต้องยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที    ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการชุมนุมทางการเมืองตามปกติ
4. ต้องยุติการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารแต่เพียงฝ่ายเดียว   เลิกปิดกั้นสื่อสารมวลชนและละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน
5. คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกรัฐบาลใหม่    โดยการยุบสภาโดยทันที

คนไทยทุกสีทุกคนมีความห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้   และทุกคนทุกฝ่ายมีหน้าที่แก้ปัญหาร่วมกัน  ผมทั้งสองคนเชื่อมั่นว่าเราจะหาทางออกให้กับประเทศได้  ถ้าเราตระหนักในรากเหง้าของปัญหา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจและจริงจัง

                                                                  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี
                                                                  นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์   อดีตนายกรัฐมนตรี   

                                                                                         
                                                                                     19 เมษายน 2553

พันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการ

โดย...สลับฉาก

19 เม.ย.53

วานนี้ (18 เม.ย.) พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จัดประชุมใหญ่เครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศ หัวข้อ “ฝ่าวิกฤตการเมืองไทย ปฏิรูปใหญ่อย่างรอบด้าน” โดยการประชุมครั้งนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้ปรากฏตัวในการประชุมแต่อย่างใด 

และมีมติสรุปใจความสำคัญอยู่ในข้อ2ข้อเดียว คือ    ให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายจัดการกับขบวนการก่อการร้ายของระบอบทักษิณอย่างเคร่งครัด และเต็มประสิทธิภาพขั้นเด็ดขาดโดยทันที    และภายใน 7 วัน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ   จนส่งผลทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อชาติและราชบัลลังก์    พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะทำหน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญในการ พิทักษ์รักษาชาติและราชบัลลังก์ทันที

การกระทำของพันธมิตรไม่ได้แปลกเลย     เพราะอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาลมาตลอด     การจะเชียร์พวกเดียวกันจึงเป็นเรื่องธรรมดา      ส่วนรัฐบาลก็ไม่ทำอะไรกับพันธมิตรฯที่ทำผิดเพราะว่าเป็นพวกเดียวกัน

การกล่าวอ้างว่าเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้ายนั้นยังไม่มีหลักฐานใดๆสนับสนุน  นอกจากการกล่าวหาโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์  แต่สำหรับพันธมิตรนั้นมีหลักฐานชัดเจนคือหมายเรียกคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ


ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ก่อการร้ายพันธมิตร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ให้แกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯเข้ามอบตัว คดีบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ, ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง

นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551

ผู้ถูกออกหมายเรียกรวม 25 คน ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสำราญ รอดเพชร นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายเทิดภูมิ ใจดี นายพิภพ ธงไชย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายพิชิต ไชยมงคล นายประพันธ์ คูณมี นายบรรจง นะแส นายกษิต ภิรมย์ นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นายวีระ สมความคิด น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายชนะ ผาสุกสกุล พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และนายสุรวิชช์ วีรวรรณ 

พันธมิตรฯหมดสิทธิ์ที่จะไปกล่าวหาคนอื่นว่าเป็นผู้ก่อการร้าย     เพราะตัวเองเป็นผู้ก่อการร้ายเสียเอง    ชื่อที่แท้จริงของกลุ่มนี้คือ "พันธมิตรผู้ก่อการร้ายเพื่อเผด็จการ"

 

17 เม.ย. 2553

เชือดสุเทพตั้งเพื่อปลดอนุพงศ์


โดย...เกียกกาย 43..

17 เม.ย.53

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแต่งตั้งให้พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ขึ้นทำหน้าหน้าที่แทนในตำแหน่งประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอ ฉ.)

ก่อนคิดว่าสุเทพดูท่าดีขึงขังเอาจริงเอาจัง     ภายหลังรู้ว่า สุเทพไม่มีน้ำยาอะไรเลย นอกจากฮึดฮัดไปวันๆ เป็นแค่ลิงอุรังอุตังแขนคดบ้ากาม   ไม่ใช่ จปร.   ทหารตำรวจส่วนใหญ่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง    เลยจำเป็นต้องเชือดสุเทพเพื่อคงอำนาจต่อไปแม้สุเทพจะเป็นผู้มีพระคุณ    จากนี้ไปสุเทพกับมาร์กก็ไม่้ต้องเผาผีกัน   ปชปก็แตกกันลึกไปอีก     แต่มาร์คก็คงรู้และรู้เลยไปว่าพรรคจะถูกยุบอยู่แล้วค่อยว่ากัน

ปัญหาต่อไปคืออนุพงศ์จะทำอย่างไร   
1.ถ้าปราบคนเสื้อแดง    ก็ยังไม่รู้ว่าทหารจะชนะหรือไม่   เพราะบทเรียนคราวก่อนทหารถึงสองกองพลประมาณ 15,000 นายยังยับเยินถอยกลับที่ตั้ง
2.ถ้าอ่อนลงเพื่อลดแรงกดดัน   เช่นคืนPeople channal(ทีวีคนเสื้อแดง) ยกเลิกการปิดเว็บ  เรียกร้องให้มาร์คยุบสภา และให้คนเสื้อแดงเลิกชุมนุม  หรือแม้แต่ใส่เกียร์ว่าง  ป๊อกก็จะถูกปลดแบบเทพเทือกทันที

หลังจากป๊อกถูกปลด   ก็จะเป็นเหตุผลที่มาร์คจะตั้งประยุทธ์เสียบแทน    อ้างว่าไม่สามารถปราบผู้ก่อการร้ายได้และไม่สนองรับนโยบายรัฐบาล    

วิเคราะห์ว่าป๊อกก็คงรู้แผนนี้     อาจเลือกที่จะจัดการจับนายกรัฐมนตรีแล้วจี้ให้ออกจากตำแหน่งเสียเลยก็เป็นไปได้มาก    ถ้าอนุพงศ์รู้ว่าเขาจะโดนบูชายัญ และยังได้คะแนนจากคนเสื้อแดง    

ส่วนประยุทธ์ ถ้าจะเล่นบทโหด ก็ต้องถามว่า พลเอกประยุทธ์จะเอาอาวุธ และรถลำเลียงพลมาจากไหน พลังพลจะมาจากไหน ที่พังไปแล้วเท่าไร ถ้าป๊อกไม่สั่งเองถึงแม้ถูกปลดจากตำแหน่งประธานศอฉ. แต่เขาก็ยังเป็น ผบ.ทบ.    ประยุทธ์จะได้พลถึงสิบกองพันหรือไม่    คราวนี้ ทหารมีปืน ประชาชนใช้ระเบิดเพลิงแน่ๆ     ยังมีนักรบนิรนามหรือทหารแตงโมที่ไม่ทราบที่มาที่ไปอีกล่ะ เสี่ยงมากหนทางชนะน้อย คนร่วมสองแสนต่อวัน บางคืนระดมทันทีได้สามแสนคน จะเอาชนะได้อย่างไร

การใช้ความรุนแรงคราวนี้   จะเกิดความสูญเสียมากกว่า วันที่10เม.ย.หลายเท่าตัว    ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือประชาชน    และจะไม่เกิดประโยชน์แก่รัฐบาลอย่างใดเลย   นอกจากเพิ่มความชอกช้ำให้กับรัฐบาลหมดความชอบธรรมซ้ำซ้อน    จนไม่อาจมองหน้าใครได้อีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ   และที่สุดรัฐบาลนี้ก็ต้องพ่ายแพ้ประฃาฃนอยู่ดี

ปัญหาขณะนี้อยู่ที่รัฐบาลว่าจะยอมรับ   ความพ่ายแพ้แบบบาดแผลไม่เจ็บมาก หรือแบบบาดแผลยับเยิน   ก็คงต้องเลือกเอาเอง

15 เม.ย. 2553

อย่ารับใช้คนชั่วปิดกั้นสื่อ!


โดย...สลับฉาก

15 เม.ย.53

การปิดกั้นสื่อประชาธิปไตย   สามารถทำได้เพราะมีคนสั่งและมีคนทำ    และเป็นการกระทำผิดทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และหลักสิทธิมนุษยธรรมสากล    คนทำและคนสั่งมีความผิดเท่ากัน

นิวยอร์ก, 12 เม.ย.53 องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Right Watch)    เรียกร้องให้รัฐบาลมาร์คยุติการปิดกั้นสื่ิอ   และกล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขัดต่อพันธะสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

การปิดกั้นสื่อโดยฝ่ายรัฐบาล    ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของรัฐบาลในเรื่องสื่อฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล   แม้ในระยะต้นจะดูเหมือนได้ผลเพราะคนไม่สามารถเข้าหาข้อมูลได้   แต่จะเป็นแค่ช่วงต้นๆในระยะสั้นเท่านั้น   หลังจากนั้นก็ไม่สามารถปิดกั้นได้อีก   เพราะเขาจะหนีไปหาทางออกอื่นเพื่อเสพสื่อนั้น     จะตามปิดกั้นกันไม่รู้จบ

ขอเรียกร้องให้ปัญญาชนอย่าไปรับใช้คนชั่ว    ที่สั่งให้ปิดกั้นสื่อเพราะถ้าท่านไปทำเมื่อไร   ก็เท่ากับท่านทำชั่วไปกับเขาด้วย    จะอ้างว่าได้รับคำสั่งไม่ได้เพราะตัวท่านเองย่อมรู้อยู่แก่ใจ    ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรถูกอะไรผิด   มันจะเป็นกรรมติดตัวไปตลอดชีวิต    เดี๋ยวจะหาว่้าไม่เตือน
 

สงกรานต์เสื้อแดง

14 เม.ย.53

เหล่านักรบประชาธิปไตยหัวใจแดง   พักรบชั่วคราวเล่นสงกรานต์วางอาวุธตีนตบมาจับขันลดน้ำกันแทน   หลังจากนั้นก็คงเตรียมตัวสู้ต่อเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงตามที่มุ่ง หวังไว้

ตอนนี้รัฐบาลใช้เกมส์อ้างว่าเสื้อแดงได้รับการช่วยเหลือจากผู้ก่อการร้าย   เพื่อสร้างความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมของประชาชนในครั้งต่อไป  ทั้งที่ความจริงเกิดจากทหารฝ่ายที่ทนดูคนเสื้อแดงถูกทำร้ายด้วยอาวุธสงคราม ฝ่ายเดียวไม่ได้   จึงออกมาช่วยเหลือ ถามว่าประชาชนคนธรรมดาใครจะใช้อาวุธสงครามเป็นเช่น M79เป็นต้น

ขณะนี้คนเสื้อแดงสมัครใจคืนพื้นที่ผ่านฟ้าแล้ว   โดยได้ไปรวมตัวกันที่ราชประสงค์แทน   หวังว่ารัฐบาลคงพอใจแล้วรีบยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเสีย   ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินปัญหาด้วยการเลือกตั้งแทน   รัฐบาลใหม่ที่ประชาชนเลือกก็จะได้เข้ามาสะสางแก้ไขปัญหาของชาติ เพื่อนำพาชาติบ้านเมืองก้าวเดินต่อไป.

11 เม.ย. 2553

อภิสิทธิ์ & สุเทพ กลายร่างเป็นทรราชสั่งทหารฆ่าประชาชน



โดย…เกียกกาย 43..

11 เม.ย.53

รัฐบาลอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิงในการปกครองประเทศ     หลังสั่งทหารเข่นฆ่าประชาชนเมื่อคืนวาน( 10 เม.ย.53 )   และทหารระดับสั่งการต้องรับผิดชอบเท่ากันกับอภิสิทธิ์     มีคนเตือนคุณมากมายว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน    แต่พวกคุณตาบอดหูหนวกมืดมัวอยู่ในอำนาจ     จนบัดนี้คำว่า “ทรราช” จึงถูกตอกตราติดตรึงประจำตัวคุณไปจนตายแล้วทั้งสองตระกูล

ความมัวหมองได้เกิดขึ้นกับตระกูลของพวกคุณ    รับรองว่าต่อไปแม้ลูกเมียญาติพี่น้องก็ไม่อยากใช้นามสกุลเดียวกับพวกคุณ    เหมือนสมัยเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 ที่ไม่มีใครอยากใช้นามสกุล “กิตติขจร และ จารุเสถียร”    ต่อไปนี้ก็จะเป็นนามสกุล “เวชชาชีวะ และ เทือกสุบรรณ “

เราขอยกย่องเชิดชูวีรชนผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้  จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น ณ 11 เม.ย.53 มี 14 นาย และได้รับบาดเจ็บกว่า 800 คน  ทุกท่านทุกคนจะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 10 เม.ย.53

ณ วันที่ 15 เม.ย.53 มีประชาชนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแล้วทั้งสิ้น 18 นาย    และผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก กว่าสิบคน

ภาระกิจต่อไปคือการเอาคนทำผิดต่อประชาชนมาลงโทษ     แม้จะเกิดความสูญเสียขึ้นอีกกี่ครั้งประชาชนก็ไม่ยอมแพ้   และมุ่งมั่นจะต่อสู้จนถึงที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างแท้ จริง    อำมาตย์ต้องหมดสิ้นไปจากประเทศไทย

8 เม.ย. 2553

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต


โดย...สลับฉาก

8 เม.ย.53

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

เรื่องการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารของประชาชน

สืบเนื่องจากรัฐบาล   ได้มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน   เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553    และได้มีการมอบหมายให้   ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยรับผิดชอบหน้าที่ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศนั้น    ซึ่งนำไปสู่การปิดกั้นสื่อบางส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์แนวทางการทำงานของรัฐบาล     รวมถึงสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของผู้ชุมนุม (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.)    เช่นสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี และเว็บไซต์ทางการเมืองดังมีรายชื่อต่อไปนี้

1.http://www.gurakdang.com
2.http://www.norporchorusa2.com
3.http://www.norporchorusa.com
4.http://www.uddthailand.com
5.http://www.uddthailand.net
6.http://www.uddthailand.biz
7.http://www.uddthailand.org
8.http://www.uddthailand.info
9.http://www.peoplechannel.net
10.http://www.newskythailand.us
11.http://www.newskythailand.com
12.http://www.newskythailand.net
13.http://www.newskythailand.org
14.http://www.thaipeoplevoice.org
15.http://www.thaipeoplevoice.org/index.html
16.http://www.thaipeoplevoice.net
17.http://www.thaipeoplevoice.info
18.http://www.prachathai.com
19.http://www.redthai.org
20.http://www.reddthai.net
21.http://www.rednon.org
22.http://www.sunshine.redthai.org
23.http://www.konthaiuk.com
24.http://www.redshirttv.com
25.http://www.isan.redthai.org
26.http://www.youtube.com/uddtoday
27.http://www.twitter.com/uddtoday
28.http://www.facebook.com/note.php?note_id=344691628328
29.http://young-udd.hi5.com/friend/p352428162-Young+UDD_Thailand- -html
30.http://groups.google.com/group/redthai
31.http://www.d-dek.org
32.http://www.xat.com/uddtoday
33.http://www.uddtoday.ning.com
34.http://www.sameskybooks.org
35.http://www.weareallhuman.net
36.http://www.sanamluang.tv

เครือข่ายพลเมืองเน็ต   ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์สิทธิเสรีภาพ   เพื่อการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต   คัดค้านแนวทางดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.การปิดกั้นเว็บไซต์เป็นการปิดกั้นสื่อ ข้อมูลข่าวสาร และลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชน ขัดต่อหลักประชาธิปไตย รัฐบาลต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์

2.การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารเป็นการยั่วยุและทำให้เกิดแรงต้านมากขึ้น รัฐบาลต้องเชื่อในวิจารณญาณของประชาชนและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

3.การปิดกั้นเว็บไซต์ทำให้ประเทศไทยถดถอยในเรื่องสิทธิเสรีภาพการสื่อสารมากยิ่งขึ้น

เครือข่ายพลเมืองเน็ต    ยืนยันว่าเสรีภาพอินเทอร์เน็ต คือ เสรีภาพของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถ้ารัฐเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี    รัฐต้องยอมรับให้มีพื้นที่ให้ประชาชนสื่อสารกัน ไม่เช่นนั้นจะยิ่งสร้างความขัดแย้งแตกแยกและไม่สามารถสร้างความเข้าใจกันใน หมู่ประชาชนยิ่งขึ้น

เราขอเรียกร้องรัฐยกเลิกการปิดกั้นการสื่อสารโดยทันที
“ถ้าไม่ให้เราคุยกัน เราจะเข้าใจกันได้อย่างไร”

เครือข่ายพลเมืองเน็ต

5 เม.ย. 2553

เคลื่อนพล11เส้นทางที่ถูกห้าม


โดย...เกียกกาย 43..

5 เม.ย.53

ณัฐวุฒิ แถลงว่าพรุ่งนี้เวลาประมาณ 11.00 น.   เราจะเคลื่อนขบวนไปยังถนนทั้ง 11 สายที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ระบุว่าไม่ให้คนเสื้อแดงเดินทางไป    เป็นการเคลื่อนขบวนอย่างสงบสันติ ไม่มีการปิดกั้นการจราจร     ให้ไหลไปเรื่อยๆ อย่างเป็นระเบียบ เมื่อครบ 11 สายจะกลับเข้าที่ตั้งการชุมนุมต่อไป    

การเคลื่อนครั้งนี้ มุ่งหวังให้รัฐบาลเกิดจิตสำนึก ว่าคำสั่งที่ประกาศมาเป็นคำสั่งเผด็จการที่กดขี่ย่ำยีสิทธิของประชาชนโดยมิชอบ    ในเมื่อคนเสื้อแดงเป็นประชาชนของประเทศนี้ เป็นคนเสียภาษี เป็นพลเมืองเท่ากับคนอื่นๆ    เราจึงมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง และจะขอปฏิเสธคำสั่งอันไม่ชอบธรรมอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา    

ขบวนจะเริ่มที่ผ่านฟ้าจะไม่มีการจอดแวะ และพยายามไม่สกัดขัดขวางการเดินทางของประชาชนโดยทั่วไป โดยให้ทีมงานซูเปอร์สันติ ได้แก่  นายพายัพ ปั้นเกตุ, แรมโบ้อีสาน, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, ขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งมีผลงานแล้วที่ กกต.ในวันนี้ 

ประการต่อมา หากวันนี้รัฐบาลยังไม่มีท่าทีสนองตอบข้อเรียกร้อง นปช.จะมีมติในการยกระดับความเข้มข้นของการต่อสู้ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ    และยืนยันว่าจะปักหลักสู้ต่อไป ไม่กลับบ้านแม้ช่วงเทศกาลสงกรานต์
  
สำหรับ 11 เส้นทาง ตามประกาศฉบับที่ 6 ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่สั่งห้ามชุมนุมและเคลื่อนไหว มีดังนี้



 1. ถ.พระราม 4 แยกตัดกับถ.สาทร ถึงแยกสามย่าน
 2. ถ.สาทร ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง
 3. ถ.สีลม ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง 
 4. ถ.สุรวงศ์ ตั้งแต่ แยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4 ถึงแยกตัดกับ ถ.เจริญกรุง
 5. ถ.เจริญกรุง ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.สุรวงศ์ ถึงแยกตัดกับ ถ.สาทร
 6. ถ.ราชดำริ ตั้งแต่ สถานีรถไฟฟ้าราชดำริ ถึงแยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4
 7. ถ.พญาไท ตั้งแต่แยกสามย่าน ถึงแยกราชเทวี
 8. ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.สุขุมวิท ถึงแยกตัดกับ ถ.พระรามที่ 4
 9. ถ.ดินแดง ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.รัชดาภิเษก ถึงแยกตัดกับ ถ.ทวีมิตร
10. ถ.ทวีมิตร
11. ถ.รัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกตัดกับ ถ.ดินแดง ถึงแยกตัดกับรัชดาภิเษก ซอย 8

ศาลแพ่งยกคำร้องรัฐบาล ที่ให้คนเสื้อแดงยุติชุมนุมราชประสงค์


โดย...สลับฉาก

5 เม.ย.53

วันนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง   ที่อัยการฟ้องเสื้อแดงหยุดชุมนุมแยกราชประสงค์    เนื่องจาก กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว   ไม่จำเป็นต้องมาขอให้ศาลมีคำสั่ง

ความหมายของคำสั่งศาลก็คือ บอกว่า "กอ.รมน.อย่ามาใช้ศาลเป็นเครื่องมือ  คุณอยากทำก็ทำเอง รับผิดชอบเอง" เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคุณที่อ้างอยู่แล้ว  

ผลคือเสื้อแดงสามารถชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อได้    โดยไม่ผิดคำสั่งศาลแต่อาจผิดคำสั่งรัฐบาล   คนเสื้อแดงคงชุมนุมกันต่อ ไม่มีกำหนดตามสิทธิในกฎหมายรัฐธรรมนูญ   รัฐบาลอยากสลายก็มาสลาย

ห้างสรรพสินค้าที่ปิดตัวเพราะขี้กลัวคนเสื้อแดง    ควรคิดเสียใหม่อย่าคิดว่าคนเสื้อแดงจะนิสัยชั่วเหมือนกับคนเสื้อเหลือง    ยึดทำเนียบก็เข้าไปขโมยของในทำเนียบ   ขโมยออกมาไม่ได้ก็ทำลาย   ขโมยไอศครีมกินที่สนามบินสุวรรณภูมิ    เรื่องแบบนี้ไม่มีประวัติในคนเสื้อแดง

3 เม.ย. 2553

เปิดเวทีที่2ราชประสงค์ กดดันรัฐบาลยุบสภา


โดย…สลับฉาก

3 เม.ย.53

วันนี้  เวลาประมาณ 18.00 น. ที่เวทีที่2สี่แยกราชประสงค์ นายวีระ มุกสิกพงศ์ ประธาน นปช. ได้แถลงจุดยืนและแนวทางการต่อสู้ว่า วันนี้ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เคลื่อนพลมา ณ สถานที่นี้ โดยมีเป้าหมายเลือกภูมิประเทศ สถานที่ีอันเป็นภาคธุรกิจสำคัญ
ประการแรก พี่น้องที่นี่จะได้เห็นด้วยตาของตนเอง จะได้ฟังด้วยหูของตนเองว่าพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงได้มากันจากทั่วประเทศ และมีจุดประสงค์มุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที

ประการที่สอง เราจะปักหลักที่นี่แม้ไม่สะดวกบ้าง  ส่วนเวลาไม่มีกำหนดหรือจนกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา

ประการสาม แนวทางของเราขอยืนหยัดและยืนยันแนวทางสันติอหิสา ไม่ใช้ความรุนรแรง ไม่ใช้กำลัง จึงขอกราบเรียนพี่น้องชาวเสื้อแดงตระหนักและยึดหลักการข้อนี้ไว้ให้มั่น รักษาแนวทางเราร่วมกันไว้

ประการสุดท้าย เราพร้อมที่จะรับฟังว่าจุดยืนของรัฐบาลที่มีต่อมติของมวลมหาประชาชน ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่เราขอย้ำเตือนกับรัฐบาลว่า ถ้าต้องการแก้ปัญหาประเทศนี้โดยสันติวิธี ก็ขอให้รัฐบาลเลือกใช้วิธีการอันเป็นสันติกับคนเสื้อแดง แต่ถ้า รัฐบาลประสงค์ร้ายต่อคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็พร้อมที่จะน้อมรับปฏิบัติการทุกรูปแบบที่รัฐบาลจัดสรรให้ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะไม่ท้อถอย จะไม่ถอนกำลัง จนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล

นายณัฐวุฒิ หนึ่งในแกนนำนปช.  กล่าวว่าได้ยินข่าวมาว่านายกรัฐมนตรีกำลังเตรียมจะประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงค่ำของวันนี้ด้วย แต่คนเสื้อแดงยังยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ได้ออกแถลงการณ์เงื่อนไขเพิ่มเติม โดยเป็นการกำหนดห้ามกลุ่มผู้ชุมนุมหรือ นปช. ชุมนุมณบริเวณแยกราชประสงค์เกิน 21.00น. ในวันนี้  เพราะทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ถือว่าไม่เข้าข่าย การชุมนุมแบบสงบ สันติ และอสิงหา  ซึ่งหากผู้ชุมไม่กระทำตาม ก็จะมีความผิดตามกฎหมายในมาตรา 24 ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษจำคุกไม่เกิน1 ปี  โดยจะมีการสอบสอนความผิดด้านอื่นๆประกอบด้วย

เวลาประมาณ 19.30 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปชอีกท่านหนึ่ง กล่าวปราศรัยบนเวทีราชประสงค์ว่า ขอให้ประชาชนทุกจังหวัดรวมตัวศาลากลาง หากมีการปราบปรามเมื่อไหร่ จอมืดเมื่อไหร่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ใช้ดุลยพินิจจัดการได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พ่อแม่ที่เป็นคนเสื้อสีแดงบอกลูกที่เป็นทหารเกณฑ์ ว่าอีกไม่กี่วันก็จะปลดประจำการเป็นไพร่เดินดินแล้ว จะต้องไม่ยิงใส่ประชาชน
“กระสุน นัดแรกที่ลั่นใส่ประชาชน บ้านเมืองนี้ก็แหลกกันเป็นจุลเหมือนกัน ถามใจนายอภิสิทธิ์ เสียสละกิเลสส่วนตัว เสียสละสิ่งที่ตัวเองไม่ควรได้มาแต่แรก เสียสละคนเดียว คุณได้เปรียบที่สุด อำนาจรักษาการก็ได้ งบประมาณก็ดูแลอยู่ พวกเรายอมเสียเปรียบ แต่ความขี้ขลาดของคุณ คุณกลัวว่าประชาชนจะไม่เลือกคุณ”
เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เรามีความสุขใจว่าลูกหลานในประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเรียกร้องของพวกเรา เราพยายามทุกวิถีทาง สันติอหิงสา เจ็บปวดรวดร้าว พี่น้องกลับบ้านด้วยน้ำตานองหน้า ถามว่าจะได้ชัยชนะเมื่อไร ไม่ต้องตั้งคำถามกันแล้ว วันนี้ พรุ่งนี้ หรืออีกกี่วันก็ตาม แม้พวกบ้ากระหายเลือดปฏิบัติการบ้านเมืองย่อยยับ แต่ถึงอย่างไรฝ่ายประชาชนก็จะเป็นผู้ชนะอยู่ทุกครั้ง”

30 มี.ค. 2553

บึ้มรายวัน


โดย...เกียกกาย 43..

30 มี.ค. 53

มีข่าวระเบิดตูมตามในกรุงเทพฯ   เดี๋ยวนี้นับเป็นรายวันไปแล้ว   นับจำนวนครั้งถึง20ครั้งนับจากวันที่27ก.พ.-25มี.ค.53   ทั้งเอ็ม79และอาร์พีจี       ถ้าเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงไม่แปลก แต่นี่กลับเกิดเหตุขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย  

ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของฝ่ายไหนกันแน่!??      แดง-มือที่3 หรือ รัฐชงกินเอง?   
  
เสื้อแดงกล่าวหารัฐบาลว่าลงมือเพื่อเป็นข้ออ้างยืดเวลาประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง รวมไป ถึงพ.ร.บ.ฉุกเฉิน และโยนความผิดให้ม็อบแดง   ส่วนรัฐบาลมองว่าฝ่ายม็อบแดงเองก็มีหลายกลุ่ม อาจจะมีพวกที่นิยมความรุนแรง     สุดท้ายคือมือที่ 3 ซึ่งถูกเพ่งเล็งไปยังกลุ่มคนมีสี   ที่หวังว่าหากเหตุการณ์บานปลายมากขึ้นจะได้มีเหตุผลให้ใช้อำนาจเข้าควบคุม สถาน การณ์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

คดีระเบิดที่เกิดขึ้น
ตามข้อมูลของศอ.รส. พบว่า มีทั้งสิ้น 20 ครั้ง แบ่งเป็นพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวม 16 ครั้ง และเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่จ.เชียงใหม่อีก 4 ครั้ง


ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 21.20 น. คนร้ายนำลูกระเบิดขว้างแบบเอ็ม 76 ขว้างเข้าไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาพระราม 2 แต่ระเบิดไม่ทำงาน

ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน คนร้ายขว้างระเบิดแบบเอ็ม 26 เข้าไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสีลม แรงระเบิดทำให้กระจกด้านหน้าแตกเสียหาย
คดีนี้ตำรวจตามจับกุมคนร้าย ได้ 2 คน ซึ่งเป็นอา-หลานกันและเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ให้การสารภาพว่ามีส่วนร่วมแต่อ้างว่าไม่รู้คนปาเป็นใคร!??

ครั้งที่ 3 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 23.30 น. เกิดเหตุระเบิด เมื่อคนร้ายนำระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างเข้าไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาพระประแดง ทำให้กระจกธนาคารได้รับความเสียหาย

ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 00.30 น. คนร้ายปาระเบิดแบบเอ็ม 67 เข้าไปที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีนครินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้

ครั้งที่ 5. วันที่ 15 มีนาคม เวลา 13.30 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) จำนวน 6 ลูก แต่ทำงานเพียง 4 ลูก ทำให้กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย

ครั้งที่ 6.วันที่ 16 มีนาคม เวลา 02.20 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 ไม่ปรากฏว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ครั้งที่ 7.วันที่ 19 มีนาคม เวลา 03.45 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนภายในซอยทองหล่อ 3 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

ครั้งที่ 8.เกิดขึ้นวันที่ 19 มีนาคม เวลา 04.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 16 ใส่บ้านประชาชนภายในซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.
โดย 2 คดีนี้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้พบว่าเป็นปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับธุรกิจ ไม่ได้โยงถึงเรื่องการเมือง

ครั้งที่ 9 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม เวลา 23.00 น. คนร้ายใช้น้ำมันก๊าดจุดไฟโยนเข้าถูกรถถังหน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนขับแท็กซี่ร่วมก่อเหตุเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง 2 คน

ครั้งที่ 10.วันที่ 20 มีนาคม เวลา 21.40 น. คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี


ครั้งที่ 11.วันที่ 20 มี.ค. เวลา 22.40 น. คนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม แต่ผิดพลาดติดสายไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน พบผู้ต้องสงสัยพร้อมอาวุธ โดยตำรวจออกหมายจับ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อดีตตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจสภ.วังน้ำเขียว จ.สระแก้ว

ครั้งที่ 12.วันที่ 20 มีนาคม เวลา 23.45 น. พบวัตถุต้องสงสัยบริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยิงทำลายได้สำเร็จ

ครั้งที่ 13.วันที่ 22 มีนาคม มีคนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่ที่สำนักงานบำรุงทางธนบุรี โดยไม่มีการระบุถึงสาเหตุว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ

ครั้งที่ 14.วันที่ 23 มีนาคม เวลา 14.00 น. คนร้ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 นัด ตกที่ข้างรั้วกรมสุขภาพจิตที่กระทรวงสาธารณสุข

ครั้งที่ 15.วันที่ 24 มีนาคม เวลา 19.45 น. คนร้ายปาระเบิดบริเวณตู้ควบคุมไฟฟ้าริมรั้วของศาลากลาง จ.นนทบุรี

ครั้งที่ 16.วันที่ 24 มีนาคม เวลา 20.40 น. คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 บริเวณเสาไฟฟ้าริมรั้วของกรมบังคับคดีเขตตลิ่งชัน

นอก จากนี้ ยังมีอีก 4 เหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย
ครั้งที่ 17. วันที่ 15 มีนาคม เวลา 02.00 น. คนร้ายปาประทัดยักษ์ใส่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สาเหตุคาดว่าวัยรุ่นสร้างสถานการณ์

ครั้งที่ 18. วันที่ 16 มีนาคม เวลา 03.40 น. คนร้ายปาระเบิดบริษัทพ่อตาของนายเนวิน ชิดชอบ ที่จ.เชียงใหม่

ครั้งที่ 19. วันที่ 24 มีนาคม 2553 เวลา 14.30 น. พบลูกระเบิดเอ็ม 79 ที่ข้างห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ต พลาซ่า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ

และสุดท้ายครั้งที่ 20. วันที่ 25 มีนาคม เวลา 08.15 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดเอ็ม 26 ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ


ที่ว่าคนร้ายอาจจะใช้ปืนยิงเอ็ม 79 อย่างน้อย 3 กระบอก    วิเคราะห์ว่ากรณีนี้เป็นไปได้ยาก เพราะปืนยิงเอ็ม 79 ไม่ใช่เล็กๆ ไม่สามารถซ่อนติดตัวเหมือนปืนพกได้    หรือถ้าใช้กระบอก เดียว ผู้ก่อเหตุต้องชำนาญการชนิดหาตัวจับยาก เพราะการยิงเอ็ม 79 มีลักษณะคล้ายยิงปืนลูกซอง สามารถยิงได้ทีละนัด จากนั้นต้องดึงปลอกกระสุนออกแล้วบรรจุลูกใหม่เข้าไป
สุดท้ายที่ว่าคนร้ายใช้ปืนยิงระเบิดชนิด "เอ็ม 32" ซึ่งเป็นปืนที่พัฒนาขึ้นมาจากเอ็ม 79 แต่เหนือกว่าตรงที่มีโม่บรรจุกระสุนคล้ายปืนลูกโม่รวม 6 นัด ซึ่งเป็นจำนวนพอดีกับที่คนร้ายยิงเข้าไป    แต่ปืนชนิดนี้ในเมืองไทยมีเพียง 10 กระบอก ครอบครองโดยหน่วยทหารด้านรบพิเศษเท่านั้น

ที่น่าสนใจก็คือคดีนี้ตำรวจแทบทำอะไรไม่ได้เลย    เพราะเกิดเหตุในค่ายทหาร และผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า!??




ถัดมาคือคดียิงจรวดอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหม    แต่จรวดพลาดไปถูกสายไฟฟ้าบริเวณซอยแพร่งภูธรตกลงกลางถนน    ตำรวจตามยึดรถคนร้ายได้พบอาวุธสงครามจำนวนมาก   พร้อมกับเสื้อแดงที่แขวนทิ้งเอาไว้ เหมือนกลัวไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร
แถม คนร้ายยังสามารถขับรถนำอาวุธมาก มายผ่านเข้ามาในพื้นที่กวดขันพิเศษ เพราะอยู่ใกล้สถานที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ทำให้มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงกล้าทำแบบนี้เหมือนไม่กลัวถูกตรวจค้น!??


ตำรวจพบหลักฐานมากมายนำไปสู่การออกหมายจับส.ต.ต.บัณฑิต    อดีตตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการและพักหลังมาเดินตามนักการเมือง    ว่าเป็นหนึ่งใน 2 คนร้ายที่ก่อเหตุ

ข้อมูลล่าสุด ส.ต.ต.บัณฑิตเผ่นหนีไปแล้ว คาดว่าน่าจะไปกบดานที่ประเทศกัมพูชา
เจ้าหน้าที่ตั้งรางวัลนำจับถึง 5 แสนบาท แต่ไม่ง่ายที่จะเจอตัวเพราะส.ต.ต.บัณฑิตเป็นกุญแจสำคัญ หากจับกุมได้และยอมให้ปากคำ สถาน การณ์การเมืองอาจจะพลิกผันได้เลย!??




คดีสุดท้ายคือยิงเอ็ม 79 ถล่มกระทรวงสาธารณสุข    คดีนี้แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายเพียงเล็กน้อย    แต่เป็นประเด็นที่ฝ่ายนปช.และรัฐบาลกล่าวหากันไปมา

นปช.ตั้งข้อสังเกตว่าวันเกิดเหตุมีการประชุมครม.ที่กระทรวงสาธารณสุข ย่อมมีทหาร-ตำรวจมากมาย แต่ทำไมคนร้ายถึงยังก่อเหตุได้   และยังระบุอีกว่าเลือกเวลาก่อเหตุหลังจาก ครม.กลับไปหมดแล้ว โดยกล่าวหาว่ารัฐบาล "ชงเอง-กินเอง" หรือไม่!??

ส่วนรัฐบาลและทหารออกมาปฏิเสธและโต้กลับในทำนองว่าเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลมากกว่า

 
เรื่องทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้    ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล   ที่จะต้องหาคนทำมาลงโทษให้ได้    เรื่องเกิดแล้วเกิดเล่าแล้วยังหาคนทำผิดหรือตัวการไม่ได้   ย่อมแสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล   ขาดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อไป    ควรให้คนอื่นมาจัดการบริหารประเทศดีกว่าที่จะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ไม่รู้จบ

29 มี.ค. 2553

ยกสอง การเจรจาล้มเหลว

 

โดย...เกียกกาย 43..

29 มี.ค.53

การเจรจารอบสองหยุดลงตรงที่    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธยุบสภาภายใน15วันของนปช.และเสนอขอเวลาอยู่ในเก้าอี้ออกไปอีก 9 เดือน ขณะที่แกนนำนปช.ปฏิเสธการขอเวลาในเก้าอี้นายกออกไปอีก 9 เดือนและขอยืนยันให้นายกยุบสภาภายใน15วัน


สรุป ยุติการเจรจา  ต่างคนต่างเดิน   นปช.ไล่อภิสิทธิ์ และอภิสิทธิ์ก็หนีต่อไป    สงครามทางชนชั้นก็อาจเป็นเรื่องที่หลีกหนีไม่ได้    ไม่ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลง    ด้วยเวลาที่เร็วหรือช้าอย่างไร    ผมรับรองว่าผู้ที่ชนะคือประชาชน   แม้เป็นชัยชนะที่ต้องผ่านมาด้วยความเจ็บปวดก็ตาม

ในการเจรจา 2 ฝ่ายวันนี้ ตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ท้าทายว่าหากทำประชามติถามคนส่วนใหญ่เชื่อว่า จะไม่สนับสนุนให้ยุบสภา     แต่ผลสำรวจธุรกิจบัณฑิตย์โพลล์พบว่าคนกรุงเทพฯกว่า66%ไม่ต้องการเขาแล้ว โดย46%ให้ยุบสภา อีกราว20%ให้ลาออก และส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเขาจะอยู่ในเก้าอี้นานถึง9เดือน

อำมาตย์จะได้รับบทเรียนอย่างสาสม   และไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก    การเจรจาครั้งนี้ล้มเหลวผมว่าก็ดีเหมือนกัน   เมื่อคิดถึงอนาคตอดเปรี้ยวไว้กินหวาน สวัสดี.