28 ก.พ. 2553

นปช จัดแถลงข่าววันนี้



โดย…เกียกกาย 43…

28 ก.พ. 53

วันนี้เวลาประมาณ 13.15 น. ที่ห้างอิมพีเรียล ชั้น 6 นปช.ได้จัดแถลงข่าว ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ น.พ.เหวง โตจิราการ รวมทั้ง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เปิดเผยถึงแนวทางดังนี้ 

วันที่ 5 มี.ค. จะมีการปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 7 มี.ค. ที่จังหวัดระยอง วันที่ 8 มี.ค. ที่จังหวัดอ่างทอง และวันที่ 9 มี.ค. ที่จังหวัดแพร่ 

วันที่ 12 มี.ค. เวลา 12.00 น. โดยจะเรียกระดมพลในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ มารวมตัวกันในสถานที่ที่สะดวก เช่น หน้าศาลากลางจังหวัด ลานอเนกประสงค์ หอนาฬิกา
เมื่อรวมกลุ่มจนครบแล้ว จะทยอยขึ้นรถกระบะและรถส่วนตัว ตั้งขบวนแห่ไปตามถนนสายหลักของแต่ละจังหวัดรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และเป็นพลังหนุนมาร่วมชุมนุมให้มากขึ้นด้วย

จากนั้นเวลา 24.00 น. ของวันที่ 12 มี.ค. ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 13 มี.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนแบบคาราวานคนจน พร้อมทั้งริ้วขบวนธงรบสีแดง มีทั้งรถปิกอัพ รถเก๋ง รถอีแต๋นและการเดินเท้าไหลรวมเป็นแม่น้ำสีแดงสายย่อย มารวมตัวกันที่ตัวแทนจังหวัดแต่ละภาค เป็นพลังเพื่อเคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 14 มี.ค.

ภาคเหนือ จะไหลมารวมที่จังหวัดนครสวรรค์ ตรงนั้นจะมี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นแกนนำ
ภาคอีสาน จะไหลรวมกันที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายขวัญชัย ไพรพนา นายนิสิต สินธุไพร และนายสุทิน คลังแสง
ภาคกลางและภาคตะวันตก จะไหลรวมกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นายพายัพ ปั้นเกตุ
ภาคตะวันออก จะไหลรวมกันที่พัทยา จังหวัดชลบุรี นำโดย นายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกอบจ.จันทบุรี แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันออก
ภาคใต้ จะไหลรวมกันที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายจรัล ดิษฐาภิชัย และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย
สำหรับกทม. นำโดย น.พ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และขบวนคนรักแท็กซี่ แบ่งออกเป็น 10 จุด ซึ่งแต่ละจุดมีคนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน
คือ 1.บริเวณพระบรมรูปพระเจ้าตากสินมหาราช   2.สี่แยกหลักสี่   3.บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี   4.สน.ทุ่งสองห้อง   5.สี่แยกบางนา   6.สนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดง    7.หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี   8.บริเวณคลอง 4 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี   9.บริเวณคลอง 4 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี   10.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ

ทัพ เรือจะมีหัวขบวนอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมริ้วธงรบประจำภาคประดับอยู่ในขบวนเรือ เป็นธงรบสีแดง และขบวนเรือ ซึ่งมีเรือขนาดเล็กและใหญ่กว่า 1,000 ลำ จะเคลื่อนขบวนมาสิ้นสุดเพื่อขึ้นฝั่งที่ท่าพระจันทร์ กทม.

แยกกลุ่มผู้ชุมนุมไป 3 จุดใหญ่ คือ 1.สนามหลวง 2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และ 3.ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยในแต่ละจุด ตั้งเต็นท์พักอาศัยและโรงครัว พร้อมทั้งมีแกนนำสลับเดินสายไปตามเวทีต่างๆ

สำหรับเหตุการณ์ระเบิด ที่เกิดขึ้นที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลมและพระรามสองนั้น   เป็นการสร้างสถานะการณ์และโยนให้คนเสื้อแดงเป็นคนทำ   เพราะการระเบิดไม่ได้มีประโยชน์กับคนเสื้อแดงเลยแต่กลับมีประโยชน์กับรัฐบาล ที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ  ถ้าคนเสื้อแดงทำเราจะใช้วิธีนัดคนเสื้อแดงทั้งประเทศให้ถอนเงิน ปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพแทน ยังจะเป็นประโยชน์และได้ผลกว่า

ส่วนการที่ศาลฯมีคำตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายกทักษิณ โดยอ้างกฎหมาย คมช มาใช้บังคับนั้น   นปช.ไม่เห็นด้วยที่ศาลจะใช้กฎหมายของเผด็จการ    ส่วนข้อเท็จจริงยึดส่วนเกินของราคาหุ้นนั้นก็ขัดกับหลักความจริงในตลาดหลัก ทรัพย์   ที่ราคาหุ้นขึ้นทั้งตลาดไม่ได้ขึ้นเฉพาะหุ้นบริษัทชินฯ

27 ก.พ. 2553

คำพิพากษายึดทรัพย์ทักษิณ

 

โดย…สลับฉาก

27 ก.พ.53

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ผมวิเคราะห์ว่าการยึดทรัพย์ทักษิณจะออกกลาง   หมายถึงยึดบางส่วนและคำตัดสินของศาลก็ออกมาตามคาด

คำพิพากษาโดยสรุปมีดังนี้ครับ
ศาลฎีกา 26 ก.พ. – องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษา ให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 46,373 ล้านบาท พร้อมดอกผลของเงินจำนวนดังกล่าว ที่ได้จากการขายหุ้นและเงินปันผล บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ตกเป็นของแผ่นดิน จากทั้งหมดกว่า 76,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ องค์คณะผู้พิพากษาฯ ได้วินิจฉัยว่าการยึดทรัพย์กว่า 46,373 ล้านบาท ของ “พ.ต.ท.ทักษิณ” มาจากการใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กระทำการเอื้อประโยชน์ บมจ.ชินคอร์ปฯ และบริษัทในเครือ ทั้งไทยคมฯ และเอไอเอส ส่วนเงินกว่า 30,247 ล้านบาท เป็นทรัพย์สินที่มีอยู่เดิมก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ก.พ. 2544 มิอาจทำให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ มี ความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ยังคงเป็นผู้ถือหุ้น บมจ.ชินคอร์ปฯ กว่า 1,000 ล้านหุ้น ในระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 วาระ
สำหรับกรณีการแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตในกิจการโทร คมนาคมนั้น องค์คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมาก มีความเห็นว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” ใช้อำนาจหน้าที่ในการตรา พ.ร.ก. 2 ฉบับ ออกประกาศ ก.คลัง และมีมติ ครม. ให้หักค่าภาษีสรรพสามิตออกจากค่าสัมปทาน เอื้อประโยชน์ต่อ บมจ.ชินคอร์ปฯ อันเป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย
องค์คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมาก เห็นว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” ใช้อำนาจแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แปลงค่าสัมปทานแก้สัญญามือถือ โดยลดส่วนแบ่งรายได้บัตรเติมเงินให้ ทศท. เอื้อประโยชน์ให้แก่ บมจ.ชินคอร์ปฯ ส่วนกรณีแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินให้ บ.เอไอเอส โดยจ่ายให้ ทศท.ในอัตรา 20% คงที่ตลอดอายุสัญญา องค์คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมาก เห็นว่า เอื้อประโยชน์ให้ บมจ.ชินคอร์ปฯ
องค์ คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมาก เห็นว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” มีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับประโยชน์จากการแก้สัญญาอนุญาตกิจการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ ส่วนกรณีการปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายร่วม (ROAMING) ตกแก่กลุ่มเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ ไม่เกี่ยวข้องกับ “พ.ต.ท.ทักษิณ”
สำหรับ กรณีอนุมัติโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ และลดสัดส่วนการถือหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปฯ ใน บมจ.ชินแซทเทิลไลท์ (ชื่อเดิมของ บมจ.ไทยคม) ที่เป็นผู้ขออนุมัติสร้างและส่งดาวเทียมไทยคม องค์คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมากเห็นว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ บมจ.ชินคอร์ปฯ และ บมจ.ไทยคม
ส่วน กรณีอนุมัติให้รัฐบาลพม่ากู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่ง ประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการของ บมจ.ชินแซทฯ องค์คณะผู้พิพากษาฯ เสียงข้างมากเห็นว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ บมจ.ไทยคม และ บมจ.ชินคอร์ปฯ. – สำนักข่าวไทย

สำหรับคำตัดสินว่า คตส ปปช มีอำนาจหรือชอบหรือไม่นั้น โปรดรอตอนต่อไป.

ทักษิณแถลงหลังศาลตัดสินยึดทรัพย์
การเมืองวันนี้ดุและใจดำมาก  ผมขอให้ผมเป็นเหยื่อคนสุดท้าย  เมื่อใดที่ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้ว อำนาจจะมีการถ่วงดุล  คงจะไม่มีเหยื่ออย่างผมอีก แต่วันนี้ดุลอำนาจไปอยู่กับอำมาตย์
ผมขอบคุณที่พี่น้องเสื้อแดงที่ไม่มาชุมนุม  ไม่เช่นนั้นท่านจะถูกกล่าวหาว่ามาทำเพื่อผม  ทั้งที่พี่น้องมากันเพื่อประชาธิปไตย  ขอให้วันนี้เป็นเรื่องของผมล้วนๆ  หลายคนอาจโกรธแทนผม  โกรธได้แต่อย่างใช้ความรุนแรง อย่าไปทำเหตุให้เขาปราบปราม รัฐบาลนี้ถนัดอยู่แล้ว พี่น้องต้องอดทน ต่อสู้ด้วยสันติให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยเพื่อลูกหลานของเรา  ไม่เช่นนั้นประเทศจะอยู่ในมืออำมาตย์  ไม่พอใจใครก็สามารถจัดการได้  เป็นประเทศที่ไม่สามารถทำนายอนาคตได้ แล้วประเทศจะอยู่อย่างไร
นักธุรกิจครับ  บทเรียนวันนี้บอกได้เลยว่าอย่ามาเล่นการเมือง  นักธุรกิจมีนิสัยทำงานให้สำเร็จรวดเร็ว  มันคนละวัฒนธรรม  มีอะไรเข้ามา ท่านอาจโดนยึดทรัพย์อย่างผม  ถ้าจะเข้าการเมืองจริงๆ ขายให้หมดก่อน  อำมาตย์เขาไม่รังเกียจเรื่องทุจริต  แต่อย่าป็อปปูล่าร์มาก ผมเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว คนแรกที่ได้รับเลือกตั้งในสมัยที่สอง ปกติไม่มี  เขาไม่อยากเห็นรัฐบาลที่ป็อปปูล่าร์
พี่น้องชาวไทยทุกท่าน  กราบเรียนว่าสิ่งที่เขาประณามผมวันนี้  ผมขอยืนยันว่าทำงานตามหน้าที่ทั้งระบบ ไม่เคยคิดโกง ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยโกง ไม่เคยลอกข้อสอบใคร ไม่มีความจำเป็นต้องโกง ผมมีหลักทรัพย์มาก่อนเป็นนักการเมือง เคยประกาศบัญชีทรัพย์สิน ปี 2537 ผมมี 60,000 กว่าล้าน   ไม่จำเป็นต้องโลภมาก  นาฬิกาก็ใส่ทีละเรือน  กินทีละมื้อ กินก๋วยเตี๋ยวได้ทุกมื้อ  แต่หูฉลามทุกมื้อไม่ได้  คนเราจะโลภไปถึงไหน   คุณหญิงสอนลูกดี ลูกไม่ฟุ่มเฟือย  จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนไปคดโกงใคร เราสบายแล้วก็ควรใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ยังจนอยู่
ผมเป็นคนแรกที่ถูกยึดทรัพย์ส่วนตัว ทรัพย์ของครอบครัวเพื่อสังเวยการเมือง  วันนี้เป็นประวัติศาสตร์  ผู้ชนะเป็นคนเขียน  วันนี้ผมไม่ใช่ผู้ชนะ  แต่จะบันทึกประวัติศาสตร์นี้ไว้
ถ้าผมโกงหรือทำอย่างที่เขากล่าวหา  ขอให้มีอันเป็นไปในเจ็ดวันสิบวัน  หากไม่โกง  ขอฝากโคลงศรีปราชญ์
ธรณีนี่นี้เป็นพยาน      เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร      เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง      ดาบนั้นคืนสนอง
ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและอวยพรผมมา  ขอขอบคุณในน้ำใจที่ผมจะไม่มีวันลืม  ขอโทษคุณหญิงและลูกที่ผมดันทุรังเข้าการเมือง เสียใจครับ ขอบคุณครับ


26 ก.พ. 2553

คนเสื้อแดง โดน Blacklist 212 คน

 
โดย...เกียกกาย 43..

26 ก.พ.53

วันนี้ การใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับกับพฤติกรรม 2 มาตรฐาน ของกลุ่มอำมาตยาธิปไตย ด้วยเห็นว่า เป็นการทำร้ายประเทศชาติอย่างสาหัสสากรรจ์ จึงออกมาเรียกร้องความยุติธรรม และต้องการหยุดยั้งอำนาจกลุ่มอำมาตยาธิปไตย

แต่กลับกลายเป็นถูกกลุ่มอำมาตยาธิปไตย หมายหัวว่า เป็นปรปักษ์ที่ต้องหาทางเล่นงานไปด้วย   ทั้งๆ ที่กลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ออกมาแสดงการไม่ยอมรับระบบอำมาตยาธิปไตย ที่ครอบงำประเทศชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นประชาชนคนไทยบนผืนแผ่นดินไทย ที่ไม่ได้แตกต่างหรือด้อยสิทธิ์ไปกว่าอำมาตย์คนใดๆ เลย และก็มีความจงรักภักดี และหวงแหนประเทศชาติ ไม่ได้น้อยไปกว่ากลุ่มคนที่พยายามอ้างความจงรักภักดีต่อชาติด้วยเช่นกัน

มีการทำรายชื่อบัญชีดำประชาชนคนไทยออกมามากมายถึง 212 รายชื่อ โดยออกมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ดังนี้ 
 

1.นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์
2.นายพายัพ ชินวัตร
3.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
4.พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์
5.นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์
6.นางเยาวเรศ ชินวัตร
7.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
8.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย
9.นายนพดล ปัทมะ
10.นายชานนท์ สุวสิน

11.นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
12.พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์
13.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย
14.นายยงยุทธ ติยะไพรัช
15.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
16.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
17.นายสมชาย สุนทรวัฒน์
18.นายโภคิน พลกุล
19.พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิต
20.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

21.นายสุชน ชาลีเครือ
22.นายประเกียรติ นาสิมา
23.นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์
24.นายสุธา ชันแสง
25.นต.ศิธา ทิวารี
26.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพท.
27.นายไพจิต ศรีวรขาน
28.นายสันติ พร้อมพัฒน์
29.นายปกรณ์ บูรณปกรณ์
30.นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล

31.นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร
32.นายประชา ประสพดี
33.นายสามารถ แก้วมีชัย
34.นายประยุทธ มหากิจศิริ นักธุรกิจ (เนสกาแฟ)
35.นายวิทยา บูรณศิริ
36.นายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจ (แลนด์แอนด์เฮ้าส์)
37.นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีคลัง
38.นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นักธุรกิจ (แกรมมี่)
39.นายประชา มาลีนนท์ นักการเมืองนักธุรกิจ (ช่อง 3)
40.นายบุญคลี ปลั่งศิริ อดีตผู้บริหารเครือชินวัตร

41.นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตนายแบงก์
42.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นักธุรกิจ(อิมพีเรียล)
43.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้บริหารมืออาชีพ
44.นายโอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ อดีตเลขาธิการ พท.
45. นายปลอดประสพ สุรัสวดี
46.พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรอง ผบ.ทบ.
47.นายสุชาติ ลายน้ำเงิน
48.พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
49.นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย
50.พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา อดีต ผบ.ทอ.

51.นายเรวัตร ฉ่ำเฉลิม อดีตอัยการสูงสุด
52.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดี DSIและรองปลัดกระทรวงยุติธรรม
53.นายดำรง พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ
54.นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์
55.นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง
56.พล.ท.สีห์ศักดิ์ เกตุสุริยงศ์ อดีต ผช.เจ้ากรมสื่อสารทหาร
57.นายดุษฎี สินเจิมสิริ อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
58.นายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร
59.พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีต ผบ.สส.
60.พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร.

61.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีคลัง
62.พล.ต.ท.วินัย ทองสอง อดีต ผบ.ก.ป.
63.นายสาโรช คัชมาตย์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
64.พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต
65.พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต
66.พล.อ.พรชัย กรานเลิศ
67.พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ
68.พล.ต.ท.สถาพร ดวงแก้ว
69.พล.ต.ท.สถานพร หลาวทอง
70.พ.ต.ท.สำเนียง ลือเจียงคำ

71.พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์
72.พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา
73.พล.ต.ท.ชัยยันต์ มะกล่ำทอง
74.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
75.นายจาตุรนต์ ฉายแสง
76.นายภูมิธรรม เวชยชัย
77.นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา
78.นายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์
79.นายวราเทพ รัตนากร
80.พ.ต.อ.สมชาย เพศประเสริฐ

81.พล.อ.อ.สุเมธ โพธิมณี
82.พล.ท.มะ โพธิงาม
83.นายวิศาล เดชะธีราวัฒน์
84.นายกันตธีร์ ศุภมงคล
85.พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค
86.พล.ท.มนัส เปาริก
87.พล.ต.ท.วัช บุญเมือง
88.พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว
89.นายเฉลิมพล สนิทวงศ์
90.นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล

91.พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ
92.นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร
93.นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์
94.พล.ต.ต.วิทูรย์ คลังพลอย
95.พล.อ.อำนวย ถิระชุณหะ
96.นางทัสน์วรรณ มุสิกบุญเลิศ
97.นายฐิติมา ฉายแสง
98.นายกมล บันไดเพชร
99.พล.ร.ท.สิวิชัย สิริสาลี อดีตผบ.นาวิกโยธิน และ
100.พล.อ.อ.สมชัย พละพงศ์

101.นายวีระ มุสิกพงศ์
102.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
103.นายจตุพร พรหมพันธุ์
104.นายจักรภพ เพ็ญแข
105.นพ.เหวง โตจิราการ
106.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย
107.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย
108.พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย
109.นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับแกนนำ นปช. ชุดที่ 2 (ชุดรักษาการ)
110.ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์

111.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน)
112.นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ
113.นายชินวัตร หาบุญพาด
114.นายก่อแก้ว พิกุลทอง
115.นายสุชาติ นาคบางไทร
116.นายสมบัติ บุญงามอนงค์
117.นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
118.นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือนแกนนำหลักคนอื่นๆ
119.นายอดิศร เพียงเกษ
120.นายอิรสมันต์ พงษ์เรืองรอง

121.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
122.นายพายัพ ปั่นเกตุ
123.นายไวพจน์ อาภรณ์วัตน์
124.นายการุณ โหสกุล
125.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
126.นายนิสิต สินธุภัย
127.พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก
128.นายสมชาย ไพบูลย์
129.นายวิสา คัญทัพ
130.นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก

131.นาง ไพจิตร อักษรณรงค์
132.นางธิดา โตจิราการ
133.นายสุทิน คลังแสง
134.นายเกียรติกร ภาคเพียรศิลป์
135.นายสุรชัย ด่านวิบูลชัย
136.นายวันชนะ เกิดดี
137.นายสะอาด จันทร์ดี
138.นายชูเกียรติ ด้วงชนะ
139.นายเสถียร วิพรมหา
140.นายบุญทัน ดอกไธสง

141.นายวรพล พรหมิกบุตร
142.นายศิลป์ ราศี
143.นายสิงห์ทอง บัวชุม
144.นายจารุพันธ์ กุลดิลก
145.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย
146.นายขวัญชัย ไพรพนา
147นายสุธรรม แสงประทุม
148.นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ
149.นายเมธี อมรวุฒิกุล
150.นายเจ๋ง ดอกจิก

151.นายคารม พลทกลาง
152.นายพิชา วิจิตรศิลป์
153.นุช พจมาน
154.มุข เมธิณี
155.นายธีระเพชร ศิริกุล
156.นายเพชรวรรด
157.ดีเจอ้อม ชมรมรักเชียงใหม่ 51
158.นายวัชรพงศ์ คงมั่น
159.นายวรชัย เหมะ
160.นายเสงี่ยม สำราญรัก

161.นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ
162.นายบุญเลิศ จาวิโรจน์
163.นายสำเริง เกษมรัตน์
164.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์
165.นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์
166.นายสุนา หินแก้ว
167.นางสาววิสาระดี เตชะธีระวัฒน์
168.นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง
169.นายภิญญา ช่วยปลอด
170.นายอภิชาต ทันพุฒ

171.นายวิบูลย์ แช่มชื่น
172.นางศิริวรรณ แกนนำอเมริกา
173.นายสุนัย จุลพงศ์ธร
174.นายลักษณ์ เรขานิเทศ
175.นายรัตนพล ส.วรพิน
176.นายอรรถชัย อนันตเมฆ
177.นายคำสิงห์ ศรีนอก
178.นายจิ้น กรรมาชน
179.นายสันต์ หัตถีรัตน์
180.นายประสิทธิ์ ค่ายกนกวงศ์

181.นางสุนันทา ธรรมธีระ
182.นายทรงชัย วิมลภัตรานนท์
183.นายพันธ์ศักดิ์ ซาบุ
184.นายรัญ กอทอมอ FM94.75
185.นายเสนอ FM 95.25
186.นายพีระ FM 97.25
187.พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
188.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
189.พล.ต.ต.ไพฑูรย์ เชิดมณี
190.พล.ต.สุชาติ กาญจนวิเศษ

191.พล.ต.เกรียงศักดิ์ รักษาสัตย์
192.พล.ต.ต.ชวลิต มโนสุนทร
193.พล.ต.ต.จรัญ ชิตะปัญญา
194.พล.ต.ต.บุญเลิศ นันทวิสิทธิ์
195.พล.ต.ต.ชัยชาญ กิติจันทร์
196.พ.ต.อ.พลสันต์ พันธ์อาทิตย์
197.พ.ต.อ.เสนาะ เขมะประภา
198.น.ต.สมหมาย พงษ์ประยูร
199.ร.อ.นิพนธ์ งามเสน่ห์
200.พ.ต.อ.ชูเกียรติ ด้วงชนะ และ
201.พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัก

202.พระธรรมกิตติเมธี วัดสัมพันธวงศ์
203.พระธรรมสุธี วัดมหาธาตุ
204.พระธรรม วัดประยูรวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์
205.พระธรรมสิทธินายก วัดสระเกศ
206.พระธรรมคุณาภรณ์ วัดสามพระยา
207.พระเทพวิสุทธิกวี วัดโสมนัสวิหาร
208.พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
209.พระราชญาณวิสิฐ์ วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม ราชบุรี
210.พระสิทธินิติธาดา วัดมหาธาตุ
211.พระครูสังฆวินัย วัดมหาธาตุ และ
212.พระมหาโชว์ ทัสสนีโย วัดชนะสงคราม

ดูรายละเอียดได้ที่http://thaienews.blogspot.com

 

 

ทักษิณถูกยึดทรัพย์แน่นอน !

 

โดย…เกียกกาย 43..

25 ก.พ. 53

ผมวิเคราะห์ว่าทักษิณถูกยึดทรัพย์แน่นอน   จากสัญญาณการขานรับการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลเป็นทอดๆและเหตุผลทางรัฐศาสตร์ ว่าถ้าไม่ยึด คมช อำมาตย์ และรัฐบาลพัง   ถามว่าคนที่มีอำนาจอยู่ใครจะยอม?

ถามต่อว่าถ้ายึดจะยึดทั้งหมดหรือบางส่วน?   ผมมั่นใจว่ายึดมากกว่าไม่ยึด และยังจะเอาเรื่องภาษีมาว่ากันอีกรวมแล้วก็ไม่เหลือเช่นกัน  สรุปก็ยึดหมดนั่นเอง

คำว่า “สมานฉันท์” เลิกพูดกันได้เลยเวลานี้   คงต้องไปพูดเรื่องสงครามประชาชน และการปราบปรามประชาชนจะเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า  สวัสดี

21 ก.พ. 2553

คดียึดทรัพย์ : จะถูกจารึกให้ศึกษา


โดย…สลับฉาก

21 ก.พ.53

ไม่ว่าคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท   จะออกมาในลักษณะใด   ก็จะถูกจารึกให้ศึกษาและเป็นคดีตัวอย่างถึงคำตัดสินของศาลว่าอยู่ในประเภทเป็นคดีตัวอย่าง หรือเป็นคดีที่ไม่ควรเอาเป็นตัวอย่าง

คดีนี้จะเป็นตัวอย่างที่นักศึกษากฎหมายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ   ใช้เป็นตัวอย่างศึกษาในอนาคต   ฉะนั้นคำตัดสินของผู้พิพากษาแต่ละท่านจะถูกวิพากวิจารณ์   ในสถานศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงความถูกต้องชอบธรรมโดยตัวบทกฎหมายและจรรยาบรรณ

คดีนี้จะถูกวิพากวิจารณ์โดยประชาชน   และคำตัดสินของผู้พิพากษาแต่ละท่าน   จะถูกประชาชนตัดสินอีกชั้นหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน 

อย่างไรก็ดีผลแห่งคำตัดสินก็คงไม่พ้นไปจากแนวทาง 3 ประการคือ
1.ยึดทรัพย์ทั้งหมด 2.ยึดทรัพย์บางส่วน 3.ไม่ยึดทรัพย์เลย ทางที่หนึ่งเป็นทางที่ทางฝ่ายโจทก์คืออัยการอยากจะให้เป็น เสียงที่สนับสนุนช่วยคือ คตส และรัฐบาลอภิสิทธิ์   ทางที่สามเป็นทางฝ่ายจำเลยคืออดีตนายกทักษิณอยากให้เป็น เสียงที่สนับสนุนช่วยคือ เสื้อแดง และฝ่ายค้าน   ผมกลัวจะออกกลางจังเลยพี่น้อง

16 ก.พ. 2553

สูญเสียสองสาว นักข่าวประชาธิปไตย


โดย…สลับฉาก

14 ก.พ.2553

เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่นำความสูญเสียมาสู่วงการนักข่าวสื่อเสื้อแดง และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ โดยเกิดอุบัติเหตุที่จังหวัดสระบุรี ยัง ผลให้คุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิตในอุบัติเหตุทันที ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลา 5 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนักข่าวสังกัดกองบรรณาธิการนิตยสาร THAIFREEDOMรายปักษ์ 4 คนเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดสระบุรี และเกิดเหตุช่วงเดินทางกลับ คุณสลักจิตซึ่งเป็นคนขับ และคุณสุพิศที่นั่งด้านหน้าติดคนขับเสียชีวิต ส่วนอีก2 คนคือคุณไพโรจน์ จันทรนิมิ และนักข่าวสตรีอีกราย ที่เดินทางไปในรถคันเดียวกัน นั่งในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังได้รับบาดเจ็บ แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว

คุณสุพิศ ศรีเจริญ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM ยังเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม และเป็นเจ้าของเวบบล็อก http://suchada-supits.blogspot.com/

ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOMแล้ว ก็ยังเป็นผู้ดำเนินรายการทางห้องแคมฟร็อก ในนาม”พี่ยุ้ย ห้องกบ Voice_of_change”อีกด้วย        ได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตอนเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ชุมนุมยืนหยัดจนนาทีสุดท้ายที่ทำเนียบ รัฐบาล และท้องสนามหลวง      คุณสลักจิตมีแรงบันดาลใจสำคัญจากการที่สื่อกระแสหลักรายงานข่าวอย่างบิด เบือน    จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย

ท่านที่จะเดินทางไปฟังร่วมฟังสวดสวดพระอภิธรรม คุณสุพิศ ศรีเจริญ      ญาติได้นำศพคุณสุพิศไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด นนทบุรี โดยเริ่มสวดศพตั้งแต่วันที่ 13ก.พ.เป็นต้นไป และกำหนดฌาปณกิจศพในเวลา 16.00 น.วันที่ 16 กุมภาพันธ์
ส่วนศพของคุณสลักจิต ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดเทียนถวาย สี่แยกบางคูวัด ปทุมธานี ให้ญาติมิตรรดน้ำศพวันเดียวในช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. และจะฌาปณกิจศพในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. เวลา 16.00 น.
ญาติมิตรพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่จะไปร่วมพิธี สอบถามเพิ่มเติมที่คุณไพโรจน์ 086-4142694หรือ thailand.inc@gmail.com

เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง    กับการจากไปของเพื่อนร่วมอุดมการณ์๋    ขอกรรมดีของเพื่อนทั้งสอง    นำเพื่อนทั้งสองสู่สัมปรายภพที่ประเสริฐ     พวกเราจะยึดมั่นและสานต่ออุดมการณ์ต่อไป    จนกว่าประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

9 ก.พ. 2553

ฮุนเซนแช่งมาร์ค


โดย…นายสลับฉาก
9 ก.พ.2553
ครั้งนี้นับเป็นความรุนแรงครั้งที่สอง     ที่มาร์คโดนฮุนเซนฉะหลังจากโดยครั้งแรกเมื่อคราวประชุมเอเซียนซัมมิท ที่หัวหินเมื่อปลายปีที่แล้ว
ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ปราศรัยที่ชายแดนในวันจันทร์ (8 ก.พ.) นี้ ด้วยความโกรธจัด ด่ากราด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แช่งชัก หักกระดูก ฟาดงวงฟาดงาถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ด่าหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทั้งสองฉบับของไทย พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่แปลบทปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษโดยด่วน ตีพิมพ์เผยแพร่การแช่งด่าหยาบๆ คายๆ ครั้งนี้ไปทั่วโลก
โดยมีเนื้อหาคำปราศรัยหลักๆว่า
“ผมโกรธคนไม่กี่คน ผมไม่ได้โกรธประชาชนชาวสยามทั้งหมด และ หนังสือพิมพ์ห่วยๆ เดอะเนชั่น กับบางกอกโพสต์”
อุจจาระราคาแพงมากในประเทศไทย เพราะว่าชาวไทยให้มันเป็นของขวัญแก่นายกรัฐมนตรีถึงขนาดนั้นเขา (นายอภิสิทธิ์) ก็ยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง”
“คุณมันเป็นไอ้หัวขโมยอำนาจจริงๆ ถ้าหากคุณไม่เชื่อก็ลองจัดเลือกตั้งดูสิ และคุณจะแพ้”
“ภรรยาผมแต่งเครื่องแบบทหาร แล้วมันไปรบกวนนายอภิสิทธิ์ตรงไหน? ในบรรดา ส.ส.สยามแล้ว ไม่มีใครเลวเท่าไอ้คนนี้ (อภิสิทธิ์)”
“ถ้าหากคุณไม่ยอมพูดความจริงกับผมเกี่ยวกับทหารสยามรุกรานกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 ก.ค. (2551) ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หักคอคุณ ขอให้คุณถูกยิงตาย ถูกรถชนตาย ถูกไฟฟ้าช็อตตาย หรือถูก (กระสุน) ลูกหลงตาย”
“ผมขอพูดว่า ถ้าหากทหารไทยไม่ได้รุกรานเข้าไปในวัดแก้วสิกขาคีรีเสาวรักษ์ (Keo Sekkha Kiri Savarak) ขอให้ผมมีอันเป็นไป คุณรู้จักผมดีใช่มั้ย, สุเทพ (เทือกสุบรรณ)!”
“ผมด่าคุณมาหลายครั้งแล้ว คุณเจ็บปวดบ้างหรือเปล่า? ถ้าคุณตอบกลับมา ผมก็จะด่ากลับไปอีก”
“ผมส่งจดหมายฉบับหนึ่งถึงประชาชนชาวสยามทั้งมวล บอกกับพวกเขาว่าไม่ เคยมียุคใดสมัยใดมาก่อนที่สังคมสยามจะยุ่งเหยิงเท่ากับ ยุคภายใต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ การต่างประเทศก็เลวร้ายอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน”
“คุณสั่งให้พวกเสื้อเหลืองช่วยทำให้เกิดรัฐประหาร และให้เขายึดสนามบิน”
“ผมสั่งให้คณะรัฐมนตรี รวมทั้งกองโฆษก และหน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนได้อัดเสียงปราศรัยของผมและแปลเป็นภาษาอังกฤษ”
“นายอภิสิทธิ์จะยอมสาบานไหม ให้สมาชิกครอบครัวตายเพราะเครื่องบินตก ถ้าหาก (ยังอ้างว่า) ทหารสยามไม่ได้รุกรานกัมพูชา”
“ในการปราศรัย 20 ครั้งที่ผ่านมา ผมไม่ได้พูดจาโจมตีคุณเลย แต่คุณกลับโจมตีผมกลับมา ดังนั้นผมจะโจมตีคุณ และ ถ้าหากคุณโจมตีผมอีกวันพรุ่งนี้ ผมก็จะตอบกลับไป”


ผมไม่ได้เห็นคนต่างชาติดีกว่าคนไทย     แต่ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าส่วนใหญ่ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับที่เขาว่ามาิ     คนไทยเวลาว่ากันเอง แม้จะมีเหตุผลดีแค่ไหน ก็ว่าเป็นละข้างพูดเชื่อถือไม่ได้      ผมละอายแทนจริงๆ    กับคำพูดของคนบางคนที่พูดว่าประเทศไทยโชคดีที่มีนายกชื่อ อภิสิทธิ์ 

7 ก.พ. 2553

GT 200 ความอัปยศของระบบจัดซื้อ

นักฟิสิกส์รุมจับโกหก”จีที 200″ ประชดเทคโนโลยี”ต่างดาว”

เวที เสวนาเรื่อง “หลักการทางวิทยาศาสตร์ของเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสารเสพติด” หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเวที “จับโกหก” เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด “จีที 200″ ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การจัดเวทีในครั้งนี้เป็นการระดม “นักฟิสิกส์” ชื่อก้องของประเทศมานั่งชำแหละกระบวนการตรวจหาสารระเบิด ซึ่งทั้งหมดก็เป็นคำตอบอย่างชัดเจนในตัวเองว่า เจ้าเครื่องตรวจระเบิดที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ในสังคมขณะนี้ ไม่สามารถใช้งานได้จริง!

ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ออกมาเปิดโปงอุปกรณ์ลวงโลกแบบ “ปะ-ฉะ-ดะ” กับคนในกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ ที่ปลาบปลื้มกับ “จีที 200″ โดยไม่เกรงภัยคุกคามใดๆ

ดร.กว้าน สีตะธนี จากศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค กล่าวว่า เครื่องมือ ที่เป็นปัญหา อ้างหลักการสนามแม่เหล็กซึ่งควบคุมยากมาก โอกาสที่จะตรวจจับได้จริงมีน้อย ส่วนที่ว่าใช้พลังงานจากไฟฟ้าสถิตย์ในตัวผู้ถือ ก็เป็นเรื่องยากเช่นกันที่จะส่งพลังงานไปให้ถึงเป้าหมาย ข้อมูลของผู้ผลิตและหลักการที่เขียนไว้กล่าวได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย

ศ.เกียรติคุณ ดร.ถิรพัฒน์ วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ กล่าวว่า  หลักการใช้งานตามที่กล่าวอ้างของเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่กำลังมีปัญหา นั้น ไม่ใช่หลักการทางฟิสิกส์ และไม่ใช่หลักการที่รับรองทางวิทยาศาสตร์
 
James Randi ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ James Randi Educational Foundation     ให้ความรู้เกี่ยวกับการอวดอ้างคุณภาพ เกินจริงของสินค้าและความสามารถเกินมนุษย์ของพวกหลอกลวงทั้งหลายแหล่     เขาตั้งเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ให้กับสินค้าอวดอ้างคุณภาพเกินจริงและผู้ที่อ้างว่ามีพลังเหนือ ธรรมชาติถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีความสามารถตามคำอวดอ้างจริงไม่เคยมีใครสามารถ พิชิตเงินรางวัลนี้เลยแม้แต่คนเดียว
James Randi ได้เสนอเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ให้พญ.พรทิพย์หากพิสูจน์ได้ว่า GT200 ใช้งานได้ผล


ยุคทักษิณปี 48 ซื้อมาใช้ 4 เครื่อง
ยุคสุรยุทธ์ปี 49 สั่งเพิ่มมาอีก 500
ยุคอภิสิทธ์ปี 52 ซื้อเพิ่มอีก 2000 (แต่ยังส่งไม่ครบ 2 พันเครื่องเรืองแตกก่อน)

แฉหลายหน่วยซื้อกันอื้อ   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ซื้อเครื่องตรวจระเบิดจีที 200 และอัลฟ่า 6 มาตั้งแต่ปี 2548 โดยกองทัพอากาศเป็นผู้ริเริ่มด้วยการสั่งซื้อเครื่องจีที 200 มาจำนวน 4 เครื่อง จากนั้นปี 52 กองทัพบกก็จัดหามาให้กำลังพลในช่วงแรกจำนวน 222 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 199,800,800 บาท ตามมาด้วย บช.ภ.4 จำนวน 50 เครื่อง ในราคาเครื่องละ 1 ล้านบาท เป็นเงิน 50 ล้านบาท กรมศุลกากร 6 เครื่อง ราคาเครื่องละ 426,000 บาท เป็นเงิน 2,560,000 บาท บก.ภ.ชัยนาท สั่ง 1 เครื่อง ราคา 550,000 บาท กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด 5 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1.2 ล้านบาท เป็นเงิน 6 ล้านบาท สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1.5 ล้านบาท เป็นเงิน 15 ล้านบาท สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 6 เครื่อง ราคาเครื่องละ 1.1 ล้านบาท เป็นเงิน 6.6 ล้านบาท

ต่อมากองทัพบกได้จัดหาเครื่องจีที 200 เพิ่มเติมให้กับกำลังพลเพื่อไว้ใช้งาน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจัดซื้อตลอดทั้งปี 2552 ถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 535 เครื่อง เฉลี่ยราคาเครื่องตั้งแต่ 900,000-1,200,000 บาท หากเฉลี่ยเครื่องละ 1 ล้านบาท จะเป็นเงินสูงถึง 535 ล้านบาท นอกจากนี้หน่วยงานอื่นที่จัดซื้อเครื่องอัลฟ่า 6 อาทิ ป.ป.ส.จัดซื้อ 10 เครื่อง ในราคาเครื่อง ละ 663,000 บาท เป็นเงิน 6,634,000 บาท ขณะที่กระทรวงมหาดไทยซื้อถึง 479 เครื่อง ราคาเครื่องละ 720,000 บาท เป็นเงิน 344,880,000 บาท รวมกันแล้วทั้ง 2 หน่วยงานใช้งบฯซื้อเครื่องดังกล่าวเป็นมูลค่ากว่า 350 ล้านบาท

ทักษิณซื้อมาถูก เพียงสี่เครื่อง ใช้ไม่ได้ก็เลิกซื้อ แต่รัฐบาลอำมาตย์ที่ชมตนเองนักว่าซื่อสัตย์ กลับงาบกันมโหฬาร เพราะราคาก้าวกระโดดมาก แถมไอ้เด็กมาร์คสั่งมาได้ตั้ง 2 พันเครื่อง ทั้งๆ ที่ อังกฤษกับสื่อเค้าบอกแล้วว่า มันของหลอกลวง

ตัวแทนจำหน่าย GT200 คือ บริษัท AVIA SATCOM    มีนายสุเทพ ดวงจินดา สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ มีตำแหน่งเป็น Director ของ บริษัท    ตอนนี้ก็คงหายสงสัยว่า ทำไม ปชป ถึงต้องอุ้มเครื่องเน่าจีที 200 ขนาดนี้

นายเจะอามิงกล่าวต่อว่า ตนขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาลว่าหากมีการจัดซื้อจัดจ้างวัตถุใกล้เคียงกับ เครื่องจีที 200 ในครั้งต่อไป จะต้องให้มีคณะกรรมการกลางขึ้นมาจากนักวิทยาศาสตร์ ผู้ใช้เครื่องมือและผู้ที่อยู่ในฝ่ายนโยบายทำการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่จะ มีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา และขอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาล ควรเรียกร้องให้บริษัทผู้ขายเครื่องจีที 200 ที่นำเครื่องที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับสเปกมาขาย ทำให้ราชการเสียหาย รัฐบาลต้องเรียกร้องให้บริษัทคืนเงินที่รัฐจ่ายไปกลับมาเพราะถือเป็นภาษีของประชาชน

เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มูลนิธิ ผสานวัฒนธรรม  สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ร่อนจดหมายกรณี GT200 สนับสนุนความกล้าหาญในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สังคมของ ผศ.ดร.เจษฎา และคณะวิทย์ฯ จุฬาฯ ภายใต้ระบบทุนที่สถาบันการศึกษาถูกกล่าวหาว่ารับใช้รัฐและทุน ละเลยการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน!

เมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวขนาดหนัก รัฐบาลจึงยอมให้ทดสอบเครื่อง โดยไม่ยอมให้ผ่าเครื่องอ้างสัญญาซื้อขายห้ามผ่าเครื่อง และผลก็ปรากฎว่าในจำนวน 20 ครั้งถูกแค่ 4 ครั้ง สรุปถ้าเอาไปตรวจจับระเบิดคนจะตาย 16 คนรอดตาย 4 คน มาร์คจำนนต่อหลักฐานต้องยอมรับว่า้หมาดีกว่าGT200

นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า มีการจับกุมชาวบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปจำนวนมาก โดยอ้างว่าเมื่อใช้จีที 200 ตรวจตามร่างกายพบสารระเบิด จึงเชื่อว่าเป็นมือวางระเบิด  การที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวชาวบ้านโดยอาศัยเครื่องจีที 200 อ้างว่าพบสารระเบิดหรือสารเสพติดตามร่างกายนั้น เป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ลูกไปโรงเรียนถูกตราหน้าว่าเป็นลูกคนร้าย

ตื่นเถิดชาวไทย  ถ้าท่านรักประเทศ   ท่านจะนิ่งเฉยให้คนชั่วครองเมือง   ทำบ้านเมืองฉิบหายได้หรือครับ.

ตามงานประชาสัมพันธ์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์

 

เดือนกุมภาพันธ์ 2553

1ก.พ.53 เวลา 10.00 น. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) มีนัดอ่านแถลงการณ์
ผลงาน : 1ก.พ.53 เวลา 10.00 น. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) อ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนทางการเมืองต่อต้านรัฐประหารที่หน้ากองบัญชาการกอง ทัพบก มีเนื้อความสรุปว่า ต้องการเตือนสติกองทัพที่ปกป้องความมั่นคงของเหล่าอำมาตย์ รวมทั้งระบุว่า หากเกิดรัฐประหารขึ้นประชาชนคงไม่นิ่งดูดายเหมือนที่ผ่านมา แต่อาจก่อให้เกิดสงครามประชาชนขึ้นได้ หากทางกองทัพไม่ฟังเสียงของประชาชน สนนท.และนักศึกษาในเครือข่ายก็พร้อมลุกขึ้นต่อสู้จนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน หลังจากนั้น สนนท.จึงยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อนายทหารเวรผู้ใหญ่ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ที่ออกมารับหนังสือ

2 ก.พ.53 Red in U.S.A. มีนัดต่อต้านนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้แทนรัฐบาลอำมาตย์ไทยไปสหรัฐ
ผลงาน : 2 ก.พ.53 Red in U.S.A.  ออกแถลงการณ์ต่อต้านนายอลงกรณ์ พลบุตรใจความว่า   พวกเราเป็นกลุ่มคนไทย ในนครลอสแองเจลีส และเมืองใกล้เคียง ในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ผู้มีความห่วงใยในอนาคตของชาติ ในระบอบการเมืองการปกครองของไทย และความกินดีอยู่ดีของประชาชนในประเทศไทย    พวกเรามีความประสงค์ ต้องการให้ระบอบการปกครองของประเทศไทยดำเนินไป ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อจะทำให้ประชาชนคนไทย ได้รับประโยชน์สูงสุด
ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอต่อต้าน การเดินทางมาพบปะกับนักธุรกิจไทยใน ลอส แองเจลีส ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่จะเริ่มจากวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นี้ โดยขอคัดค้านต่อต้าน ไม่สนับสนุนให้นักธุรกิจคนไทย หรือแม้แต่คนต่างประเทศคนใด ได้ให้การต้อนรับ ผู้แทนรัฐบาลไทยชุดนี้      ด้วยเหตุผลเพราะ
1.นายอลงกรณ์ พลบุตร และรัฐบาลชุดนี้ มีที่มาไม่ชอบธรรม ตามวิถีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย 2.รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ชุดนี้ ได้ดำเนินการทางการเมืองโดยมิชอบ 3.นอกจากรัฐบาลชุดนี้มีที่มาไม่ชอบธรรมแล้ว ยังได้บริหารบ้านเมืองโดยมิชอบ

4 ก.พ.53 ชุมนุมผูกมิตรทหารกล้า ต้านขี้ข้าอำมาตย์ ทั่วค่ายทหารหลักทั้งประเทศ
ผลงาน : จากภาพด้านล่างเมื่อวันที่ 4 ก.พ.53



8 ก.พ.53 เวลา 12.00-15.00น. คนเสื้อแดงมีนัดพบปะกันที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดา

ผลงาน : เมื่อวันที่ 8 ก.พ. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เดินทางมาชุมนุมหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีบุกรุกที่ดินเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา, เขาสอยดาว จ.จันทบุรี  กรณีการบุกรุกที่เขาสอยดาว และคดีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ที่เป็นผู้ ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

10 ก.พ.53 เวลา 12.00-18.00 น. คนเสื้อแดงมีนัดพบปะกัน ที่ี่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ผลงาน : คนเสื้อแดงชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสอบถามความคืบหน้าเร่งรัด  การดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกรณียึดทำเนียบรัฐบาล       ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและสนามบินตามเมืองต่างๆ เช่นหาดใหญ่ กระบี่ ภูเก็ต    เพราะผ่านมากว่าปีคดียังไม่คืบหน้า   แต่ในส่วนของคดีคนเสื้อแดงนั้นกลับรวดเร็วบางเรื่องก็ถึงชั้นศาลแล้ว  มีป้ายว่าโค่นอำมาตย์อัปปรีย์ กู้ศักดิ์ศรีตำรวจไทย



12 ก.พ.53 เวลา 12.00-18.00 น. คนเสื้อแดงมีนัดพบปะชุมนุมกันที่ี่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต แห่งชาติ (ปปช)
ผลงาน : คนเสื้อแดงได้ไปร่วมชุมนุมกันที่หน้าปปช   ตามเวลาที่นัดหมายเพื่อ ถามความคืบหน้ากรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหลายเรื่องติดค้างการดำนเนินการจนจะขาดอายุความแล้ว เช่นการขายทรัพยฺสินของ ปรส. หรือคดีรถดับเพลิง




15 ก.พ.53 เวลา 12.00-18.00 น. คนเสื้อแดงมีนัดพบปะ ชุมนุมกันที่สำนักงาน กกต.
ผลงาน : คนเสื้อแดงไปตามนัดที่หน้ากกต.    เพื่อติดตามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยคนเสื้อแดงแน่ใจว่า กกต.  เป็นองค์กรอิสระที่สามารถดึงและถ่วงคดีโดยอิสระเพื่อประโยชน์กับพรรคประชาธิ ปัตย์ กกต.  มีงานทำตามใบสั่ง หากก่อนถึงวันที่ 15 ก.พ. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.     ยังไม่แสดงความชัดเจนก็จะมีการแสดงหลักฐานสำคัญเพื่อให้สังคมไทยได้ถกเถียง เรื่องนี้อีกครั้ง
นายจตุพร กล่าวถึงเหตุการณ์ยิง เอ็ม 79 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพาณิชย์พระนครและการนำระเบิดไปวางบริเวณศาล ฎีกาว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาล ให้กลุ่มคนเสื้อแดงตกเป็นจำเลยของสังคม
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าทั้งเหตุการณ์ระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดซีโฟร์ รัฐบาลไม่ตกใจเลย เพราะเป็นการกระทำของรัฐบาล สอดคล้องกับกรณีรถมิตซูบิชิเบียดขบวนรถนายกฯ ถามว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยเบียดรถตกขอบแล้วทำไมไม่ให้ตำรวจสอบเจตนา

19 ก.พ.53 คนเสื้อแดงมีนัดพบปะชุมนุมกันหน้าธนาคารกรุงเทพ สนง.ใหญ่ ถนนสีลม
ผลงาน : คนเสื้อแดงมาตามนัดพบกันที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สนง.ใหญ่ ถนนสีลม เพื่อต้านท่อน้ำเลี้ยงอำมาตย์ในทางมิชอบ   ถามหาความรับผิดชอบผู้บริหารระดัยสูงของธนาคารเรื่องบุกรุกป่าสงวนเขาสอยดาว   การให้สินเชื่อหนุ่มเสก500ล้านโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สื่อหัวโล้นเนชั่นพยายามเอาไมค์ไปจ่อปากให้พนักงานไวต์คอลลาร์ ด่าคนเสื้อแดง   สื่อลิ้มยุให้ชาวสีลมเอาน้ำสาด เอาขวดน้ำขว้างคนเสื้อแดงเหมือนหมูเหมือนหมา

จตุพรแฉหลักฐานนิติกรรมอำพรางปล้นป่าสงวนแห่งชาติ  โดยนามสกุลโสภณพานิช ถามว่าเอาเปรมเป็นที่ปรึกษา สร้างห้องรัฐบุรุษให้ที่เขาสอยดาวเพราะต้องการเอาเปรมเป็นยันต์กันผีไช่หรือ ไม่?  ผู้บริหารธนาคารควรประชุมกันแล้วคืนที่เขาสอยดาวให้หลวงให้ประชาชน

ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แฉเปรมหูดับต้องเข้ารพ.พระมงกุฎและต่อไปจะตับใหม้เพราะเป็นของคู่กัน  เดี๋ยวนี้เปรมพึ่งได้แต่จุนกับโจ้ สัปดาห์หน้าจะแฉเรื่องเช็คที่เปรมได้รับฉบับอื่นต่อไป  จะเกี่ยวกับเป็นเรื่องเปรมหนีภาษี ขึ้นเงินเดือนตัวเอง